Generated by All in One SEO v5.0.0.1, this is an llms.txt file, used by LLMs to index the site. # itOffside.com | บทความการเขียนโปรแกรม เรื่องราวข้อมูลเทคโนโลยี ข้อมูลข่าวสารและเรื่องราวบนโลกของไอทีที่ ล้ำหน้า พร้อมสาระการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ## Sitemaps - [XML Sitemap](https://www.itoffside.com/sitemap.xml): Contains all public & indexable URLs for this website. ## Posts - [สอนใช้ GitHub Copilot สร้างเกมส์ JavaScript ง่ายๆ ใน 10 นาที (ดูคลิป)](https://www.itoffside.com/github-copilot-create-game-vscode/) - อยากสร้างเกมส์แต่เขียนโค้ดไม่เก่ง? มาดูวิธีใช้ AI (GitHub Copilot) ใน VSCode ช่วยเขียนเกมส์ JavaScript ง่ายๆ ให้เสร็จใน 10 นาที! ดูคลิปสอนฉบับเต็มได้ที่นี่ - [PHP Workshop มาสร้าง PDF ง่ายๆ ด้วย mPDF กัน](https://www.itoffside.com/php-workshop-pdf-by-mpdf/) - มาเรียนรู้การสร้างเอกสาร PDF สวยๆ ด้วย PHP และ mPDF กัน! มีตัวอย่างใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงิน เคยไหมกับการต้องปวดหัวกับการจัดการเอกสารสำคัญ? ไม่ว่าจะเป็นรายงาน, ใบเสนอราคา, หรือแม้แต่ใบกำกับภาษีที่ดูไม่สวยงามเอาเสียเลย... ถ้าคุณกำลังมองหาวิธีที่จะทำให้งานเหล่านี้ง่ายขึ้น แถมยังดูเป็นมืออาชีพสุดๆ แล้วล่ะก็ ขอบอกเลยว่าห้ามพลาดวิดีโอ https://www.youtube.com/watch?v=IgKs-u3VYtg ในวิดีโอนี้ จะพาไปเจาะลึกการใช้ mPDF ไลบรารี PHP สุดเจ๋ง ที่จะช่วยให้การสร้างเอกสาร PDF ของคุณง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก แถมยังปรับแต่งได้สารพัดอย่าง ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา, รูปภาพ, ตาราง หรือฟอนต์สวยๆ ที่ถูกใจ เพียงแค่รู้ html, css และ php เท่านั้น ทำไมใครๆ ก็หลงรัก mPDF? ง่ายจนเหลือเชื่อ: ไม่ต้องเขียนโค้ดให้ซับซ้อนวุ่นวาย mPDF มีฟังก์ชันที่ช่วยให้คุณสร้าง PDF ได้แบบสบายๆ อยากได้แบบไหน? จัดให้!: จะปรับสี, ใส่โลโก้, ออกแบบตารางเก๋ๆ หรือจะใส่ฟอนต์ไทยสวยๆ ก็ทำได้หมด - [แจกฟรี! ระบบบัญชี PHP พร้อมพิมพ์ใบกำกับภาษี & ใบสั่งซื้อ รองรับทุกธุรกิจ](https://www.itoffside.com/free-accounting-system-php-invoice-purchase-order/) - ในยุคออนไลน์ที่ทุกอย่างต้องการความรวดเร็ว **ระบบบัญชี PHP** ที่มีฟังก์ชันครบถ้วนสำหรับการ พิมพ์ใบกำกับภาษี, ใบเสร็จรับเงิน และ ใบสั่งซื้อ ถือเป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับธุรกิจทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าออนไลน์ บริษัท หรือองค์กรที่ต้องการจัดการเอกสารทางบัญชีได้อย่างสะดวก วันนี้เรามีระบบจัดการบัญชีที่ใช้งานง่าย พร้อมแจกให้ดาวน์โหลดฟรี! ฟีเจอร์เด่นของระบบบัญชี PHP บันทึกใบกำกับภาษี & ใบเสร็จรับเงิน – รองรับการพิมพ์ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบ พร้อมฟอร์มที่ถูกต้องตามมาตรฐาน พิมพ์ใบสั่งซื้อ – ระบบพิมพ์ใบสั่งซื้อที่ช่วยให้การจัดการคำสั่งซื้อเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมฟอร์มที่ถูกต้องตามมาตรฐาน จัดการข้อมูลสินค้า – เพิ่ม/แก้ไขข้อมูลสินค้า จัดการข้อมูลลูกค้า – บันทึกและจัดเก็บข้อมูลลูกค้าอย่างเป็นระบบ จัดการข้อมูลผู้จำหน่าย – บริหารจัดการข้อมูลซัพพลายเออร์ได้ง่ายดาย การตั้งค่าระบบเต็มรูปแบบ – ปรับแต่งการทำงานของระบบตามความต้องการของธุรกิจคุณ ระบบบัญชี PHP ที่รองรับการพิมพ์ใบกำกับภาษี & ใบสั่งซื้อ ระบบนี้ได้รับการออกแบบให้ใช้งานง่าย รองรับทุกฟังก์ชันสำคัญ ทั้งการ พิมพ์ใบกำกับภาษี PHP, พิมพ์ใบสั่งซื้อ PHP, ระบบขาย/ซื้อ PHP ซึ่งช่วยให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างคล่องตัว ดาวน์โหลดฟรี – - [แจกระบบเอกสาร PHP & MySQL | ดาวน์โหลดฟรี พร้อมวิธีติดตั้ง](https://www.itoffside.com/edocument-php-mysql-sourcecode/) - หากคุณกำลังมองหา ระบบเอกสารออนไลน์ที่พัฒนาด้วย PHP และ MySQL ที่ช่วยให้การจัดเก็บและบริหารจัดการไฟล์เป็นเรื่องง่าย โค๊ดสคริปต์นี้จะช่วยให้คุณเข้าใจการทำงานของระบบ พร้อมลิงก์ดาวน์โหลดฟรี! ระบบเอกสาร PHP & MySQL คืออะไร? ระบบเอกสารออนไลน์ (E-Document System) เป็นระบบโปรแกรมที่ช่วยให้คุณสามารถ จัดเก็บไฟล์เอกสาร ค้นหา การเข้าถึงได้อย่างสะดวก เหมาะสำหรับองค์กร บริษัท หรือบุคคลทั่วไปที่ต้องการเครื่องมือช่วยจัดการเอกสาร ✨ คุณสมบัติเด่นของระบบ ✔ อัปโหลดและจัดเก็บเอกสาร รองรับไฟล์หลากหลายประเภท ✔ จัดหมวดหมู่เอกสาร แยกตามประเภทหรือแผนกเพื่อค้นหาง่ายขึ้น ✔ ค้นหาเอกสารได้รวดเร็ว ด้วยระบบค้นหาตามชื่อไฟล์หรือคำสำคัญ ✔ อินเตอร์เฟซใช้งานง่าย ดีไซน์เรียบง่าย มือใหม่ก็ใช้งานได้ทันที ดาวน์โหลดและติดตั้งระบบเอกสาร โครงการนี้ถูกเผยแพร่ผ่าน GitHub สามารถดาวน์โหลดได้ที่ https://github.com/ipball/edocument วิธีติดตั้ง 1️⃣ ดาวน์โหลดโค้ดจาก GitHub 2️⃣ อัปโหลดลงเซิร์ฟเวอร์ที่รองรับ PHP และ MySQL หรือติดตั้งบนเครื่องโดยใช้ xampp - [Dynamic Dropdown หลายชั้นด้วย PHP+Ajax](https://www.itoffside.com/dynamic-dropdown-หลายชั้นด้วย-phpajax/) - สวัสดีครับ วันนี้มานำเสนอการเขียนโปรแกรม แบบ dynamic dropdown คือเมื่อ ทำการเลือก dropdown ชั้นที่ 1 dropdown ชั้นที่ 2 จะถูกดึงข้อมูลตาม id ที่ dropdown ขั้นที่ 1 ยกตัวอย่างเช่น เราเลือกจังหวัด ปทุมธานี(Dropdown 1) แล้ว อำเภอจะแสดงข้อมูลอำเภอเฉพาะที่อยู่ในจังหวัดปทุมธานี(Dropdown 2) แต่ตัวอย่างนี้ มี Dropdown ถึง 3 ชั้นเลย ก็คือ เป็นที่มาของตัวอย่างการเลือก จังหวัด, อำเภอ, ตำบล และ รหัสไปรษณีย์ นั้นเอง โดยวันนี้เราจะใช้ภาษา PHP และ javascript(jQuery) ในการทำงานนั้นเอง โดยใช้เทคนิค AJAX ตอนดึงข้อมูลมาใส่ใน dropdown 2, 3 เดี่ยวมาดูกันว่าเขียนอย่างไรบ้างในบทความนี้ วิธีการเขียน Multiple Dropdown - [แจกระบบจัดการเอกสารออนไลน์ โดยใช้ Codeigniter Framework [PHP+MySQL]](https://www.itoffside.com/sourcecode-edocument-online-codeigniter-php-mysql/) - ระบบเอกสาร ที่ผมได้เขียนขึ้นมานั้น ผมได้ใช้ php framework ของ Codeigniter 3 ในการเขียนขึ้นมา ซึ่งผมเพิ่งเริ่มเขียน Codeigniter framework มาได้ไม่นาน ซึ่งเดิมทีผมตั้งใจจะเริ่มต้นกับ Laravel framework แต่ก็ตัดสินใจเลือก Codeigniter ก่อน เนื่องจากมีหลายๆความคิดเห็นบนอินเตอร์เน็ตว่า Codeigniter เขียนง่าย สำหรับระบบเอกสารที่ผมเอามาแจกนั้นเป็นระบบง่ายๆ ไม่ซับซ้อนมากนักเหมาะสำหรับคนที่เพิ่มเริ่มหัดเขียน Codeigniter นำไปศึกษา โดยผมตั้งใจไว้ว่า พยายามเผยแพร่ Source code ที่คนอ่านแล้วเข้าใจไม่ยาก และระบบเอกสารผมได้นำ AdminLTE2 มาเป็นหน้าตาเว็บไซต์ซึ่งเพิ่งเริ่มใช้เวอร์ชั่นนี้เหมือนกันครับ และสุดท้ายสุดถ้าใครเกิดปัญหาตรงไหน สอบถามได้ทาง Comment ด้านล่างนี้นะครับ สำหรับ ระบบเอกสาร ผมได้ออกแบบฐานข้อมูลโดยมี ทั้งหมด 3 ตาราง คือ users, categories, document โดย users เก็บข้อมูลผู้ใช้, categories เก็บข้อมูลหมวดหมู่เอกสาร, document เก็บเอกสาร - [Source code ระบบ การขาย, พิมพ์ใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงิน](https://www.itoffside.com/source-code-e-invoice-print/) - eInvoice คือ ระบบการขาย, พิมพ์ใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงิน(Invoice) เป็นระบบที่ช่วยให้การออกหลักฐานของการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ออกให้กับลูกค้าทุกครั้งที่มีการเข้ามาซื้อสินค้า/บริการ จากเรา ซึ่งผมได้ทำออกมา เพื่อให้บุคคลที่สนใจสามารถนำไปเป็นตัวอย่าง Sourcecode หรือนำไปใช้งานได้ ระบบนี้จะพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ นะครับไม่มีหยุด ความสามารถของระบบ ทำงานบน Window, Linux, OSX หน้าจอใช้งานง่าย สวยงาม สามารถจัดการข้อมูลลูกค้าได้ สามารถจัดการข้อมูลสินค้าได้ สามารถสร้างการขายและพิมพ์ใบกำกับภาษีได้ มีระบบป้องกันการเข้าถึงข้อมูล มีระบบการค้นหาข้อมูลการขาย ระบบจัดการร้านค้า เทคโนโลยีในการพัฒนาระบบ PHP 7, PHP 8 MariaDB Codeigniter 3.1.13 Bootstrap 4 Vuejs 2 jQuery 3 VSCode รูปภาพหน้าจอ *สนับสนุนโปรแกรม eInvoice* 350 บาท ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขบัญชี 351-253589-0 ดาวน์โหลด inbox เพจ https://www.facebook.com/itoffside หรือ ติดต่อที่ไลน์ไอดี - [PHP Workshop Register+Login ระบบสมัครสมาชิก+Login [Full Course] สอนละเอียด ฟรี!](https://www.itoffside.com/php-workshop-register-login/) - วิดีโอนี้พาสอนการเขียนโปรแกรมเต็มรูปแบบมีระบบ สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ ตรวจสอบการเข้าสู่ระบบว่า ได้เข้าสู่ระบบหรือไม่ PHP Workshop ทำระบบ Register + Login สอนละเอียด เต็มระบบ พร้อม Sourcecode นำไปดูเป็นตัวอย่าง วิธีการดาวน์โหลด Source code กดติดตาม ช่อง Youtube ช่องนี้ Youtube Bahtsoft ทักไปที่เพจ https://www.facebook.com/itoffside แจ้งว่า ขอ source code ระบบ Register+Login พร้อม แคปภาพว่า ได้กดติดตามช่อง Youtube แล้ว สิ่งที่ได้รับจากวิดีโอนี้ การเขียน PHP เชื่อมต่อกับ MySQLi การเขียน PHP workshop แบบ สมาชิกสามารถ Login, สามารถ Register ได้ การเขียน PHP กับ Session - [PHP Workshop Shoppingcart จัดการสินค้า, ตะกร้าสินค้า, สั่งซื้อสินค้า [Full Course] สอนละเอียด ฟรี!](https://www.itoffside.com/php-workshop-shoppingcart/) - วิดีโอสอนเขียนโปรแกรมแบบ WorkShop PHP Shoppingcart ตะกร้าสินค้า วิดีโอนี้พาสอนการเขียนโปรแกรมเต็มรูปแบบมีระบบ 1. จัดการสินค้า เพิ่ม ลบ แก้ไข แสดงรายการสินค้า 2. จัดการตะกร้าสินค้า เพิ่มสินค้าเข้าในตะกร้า, อัพเดทจำนวนสินค้าในตะกร้า, ลบสินค้าออกจากตะกร้า 3. ระบบสั่งซื้อหลังจากหยิบสินค้าใส่ตะกร้าแล้ว สิ่งที่ได้รับจากวิดีโอนี้ 1. การเขียน PHP เชื่อมต่อกับ MySQLi 2. การเขียน PHP workshop แบบ CRUD [Create, Read, Update Delete] 3. การเขียน PHP กับ Session ในการจัดการตะกร้าสินค้า สารบัญการสอน Demo ระบบ สร้างฐานข้อมูล(Database) สร้างโปรเจ็ค Shoppingcart สร้างไฟล์ config.php สร้างหน้า index.php รายการ, เพิ่ม, แก้ไข, ลบ - [Laravel - EP13 Database กับการใช้งาน Eloquent](https://www.itoffside.com/laravel-ep13-database-eloquent/) - Laravel ใช้ Eloquent ORM เป็นตัวช่วยในการเชื่อมต่อฐานข้อมูล โดย Eloquent จะมีการแปลงข้อมูลในฐานข้อมูลเป็นออบเจกต์ (Object) บนภาษา PHP ซึ่งช่วยให้นักพัฒนาสามารถเขียนโค้ดที่เชื่อมต่อฐานข้อมูลแบบง่ายขึ้น โดยไม่ต้องเขียน SQL เอง เพื่อใช้งาน Eloquent คุณสามารถสร้างคลาสที่สืบทอดจากคลาส Eloquent และปรับปรุงข้อมูลตามความต้องการ คลาสนี้จะเรียกว่า "Model" ซึ่งจะเป็นตัวแทนของตารางในฐานข้อมูลนั่นเอง หากต้องการสร้าง Model สำหรับตาราง "users" ของฐานข้อมูล สามารถสร้างไฟล์ "User.php" ภายในโฟลเดอร์ "app/Models" และสร้างไฟล์ User.php แล้วเขียนคลาสดังนี้ - [Laravel - EP1 ภาพรวม ทำไมต้องใช้ Framework Laravel นี้](https://www.itoffside.com/laravel-ep1-framework/) - ในปี 2019 นี้การทำเว็บไซต์มาหนึ่งเว็บ จะมีเครื่องมือและภาษาให้เราเลือกใช้มากมายไม่ว่าในส่วนของ Frontend ก็เป็น javascript framework จำพวก vuejs, reactjs, angular framework หรือในส่วนของ Backend ก็ใช้เป็นภาษา PHP, Javascript(Nodejs) แต่ในบทความนี้เรามาใช้งาน Laravel ซึ่งก็คือเครื่องมือการในการพัฒนาหนึ่ง ของภาษา PHP หรือถ้าเรียกให้เข้าใจง่ายคือ Framework PHP นั้นเอง Framework PHP คือ เครื่องมือในการพัฒนาที่ช่วยให้เรานั้นไม่จำเป็นต้องเขียนโค๊ดเยอะมาก อีกหนึ่งประโยชน์คือเป็นการตีกรอบการเขียนโปรแกรมให้อยู่ในรูปแบบเส้นตรงให้ไปแนวทางที่เหมือนกัน เช่น นายเอ เข้ามาเขียนโปรแกรมโมดูลขายของ ต่อมา นายเอ ลาออกจากนั้น นายบี เข้ามาเขียนต่อซึ่ง นายบี เคยใช้ Framework PHP ที่ นายเอ ใช้เขียน มาก่อน จึงทำให้นายบี เขียนต่อ ได้อย่างง่าย เพราะความสามารถของ Framework PHP ที่เขียนตามกรอบทิศทางเดียวกันนั้นเอง - [Laravel - EP2 การติดตั้งใช้งาน](https://www.itoffside.com/laravel-ep2-install/) - สำหรับการติดตั้ง Laravel นั้นเราจำเป็นต้องมี Composer ที่ช่วยในการติดตั้งอีกด้วย Composer คือ เครื่องมือที่จัดการ Package ต่างๆในภาษา PHP เช่นถ้าเราต้องการ Package ที่ช่วยในการแบ่งหน้า เราก็สามารถหาได้ด้วยการใช้ Composer ดังนั้น Composer จึงจำเป็นสำหรับ Laravel การติดตั้ง Composer สามารถติดตั้งได้โดยดาวน์โหลดโปรแกรม ที่เว็บไซต์ https://getcomposer.org/download/ หลังจากติดตั้ง Composer เรียบร้อยแล้ว ให้เราตรวจสอบว่าเครื่อง SERVER ของเรานั้นรองรับกับ laravel หรือไม่ โดยดูรายละเอียดด้านล่างนี้ (สำหรับเวอร์ชั่น Laravel 5.8) PHP >= 7.1.3 (เวอร์ชั่นต้องมากกว่าหรือเทียบเท่า 7.1.3) *Extension PHP ต้องติดตั้งตามนี้ OpenSSL PHP Extension PDO PHP Extension Mbstring PHP Extension Tokenizer - [Laravel - EP3 โครงสร้างของระบบ Laravel](https://www.itoffside.com/laravel-ep3-application-structure/) - โครงสร้างของ Laravel ประกอบไปด้วยโฟล์เดอร์และไฟล์ย่อยต่างๆ สำหรับบทความนี้เราจะเห็นภาพรวมว่าแต่ละโฟล์เดอร์ ทำหน้าที่และเก็บอะไรกันบ้าง โดยโฟล์เดอร์ที่จำเป็นต้องใช้งานบ่อยๆ App Http Controller (ควบคุมการทำงาน) Middleware (ตัวกลางระหว่างการทำงานของ system กับ Controller) config (ตั้งค่าระบบ) database (จัดการฐานข้อมูล เช่น สร้าง แก้ไข และเพิ่มข้อมูลเบื้องต้น) public (หลังจาก complie js,css, image แล้วไฟล์จะอยู่ที่นี้) resources js (สำหรับเขียน javascript) lang (ทำเว็บหลายภาษา) sass (เขียน style ให้กับระบบ) view (หน้า ui ของระบบ) routes (กำหนดเส้นทาง URL) storage (จัดเก็บไฟล์ session, cache, หรือไฟล์อัพโหลดของเรา) vendor (ที่เก็บ package จาก - [Laravel - EP4 การตั้งค่า Laravel และเครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนา](https://www.itoffside.com/laravel-ep4-config-and-tool/) - ในบทความก่อนหน้านี้เราพูดถึงพื้นฐานของ Laravel แต่ในบทความนี้เรามาพูดถึงวิธีการตั้งค่า Laravel ให้ตรงตามสภาพแวดล้อมของเครื่องเราและเครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนาระบบ/โปรแกรม กันนะครับ การตั้งค่าตามสภาพแวดล้อม (Environment Configuration) สำหรับการตั้งค่าตามสภาพแวดล้อมในที่นี้ผมเรียกสั้นว่า env ครับ โดยเราสามารถเข้าไปตั้งที่ไฟล์ .env หากไม่มี ให้ทำการ copy .env.example แล้ว rename ชื่อเป็น .env ครับ ตามรูปภาพด้านล่าง แล้วเปิดเข้าไฟล์ .evn จะได้ตาม code ด้านล่าง APP_NAME=Laravel APP_ENV=local APP_KEY=base64:3FsGSgfxzhqvXdVqgt+J4slG50AnzqZsc+kxp1pKgzs= APP_DEBUG=true APP_URL=http://localhost LOG_CHANNEL=stack DB_CONNECTION=mysql DB_HOST=127.0.0.1 DB_PORT=3306 DB_DATABASE=homestead DB_USERNAME=homestead DB_PASSWORD=secret BROADCAST_DRIVER=log CACHE_DRIVER=file QUEUE_CONNECTION=sync SESSION_DRIVER=file SESSION_LIFETIME=120 REDIS_HOST=127.0.0.1 REDIS_PASSWORD=null REDIS_PORT=6379 MAIL_DRIVER=smtp MAIL_HOST=smtp.mailtrap.io MAIL_PORT=2525 MAIL_USERNAME=null MAIL_PASSWORD=null MAIL_ENCRYPTION=null - [Laravel - EP5 การกำหนด Routing](https://www.itoffside.com/laravel-ep5-routing/) - ใน Laravel เวลาที่เราเข้าลิงค์ใดๆ ก็ตาม เราจะมี Routing ที่ช่วยกำหนดเส้นทางการเข้าถึงว่าจะให้ไปทำอะไรที่ไหน นะครับ เราเรียกสิ่งนี้ว่า Routing เช่น ผู้ใช้ต้องการเข้าลิงค์ itoffside.com/theboy/1234 เราก็เขียนกำหนดเส้นทางให้ไปทางไหน เป็นต้น โดยทั่วไปแล้วการร้องขอ URL จากผู้ใช้มาแล้ว เราจะกำหนดเส้นทางและส่งไปให้กับ Controller ทำงานต่อแทน โดยบทความนี้จะกล่าวถึงกำหนดเส้นทางโดยให้ Controller ทำงานต่อแทนเป็นหลัก Basic Routing เส้นทางการร้องขอทั้งหมดของระบบ Laravel จะถูกผ่านมาที่ routes/web.php (สำหรับเว็บ ตัวอย่างบทความนี้ใช้ไฟล์นี้ก่อน) หรือ routes/api.php (สำหรับ APi) ให้เราเปิดไฟล์ routes/web.php เราจะเห็น code เขียน Route::get('/', function () { return view('welcome'); }); หมายความว่าเมื่อ request มาหน้าแรก แล้วให้ แสดง - [Laravel - EP6 การใช้งาน Controller](https://www.itoffside.com/laravel-5-controller/) - Controller คือหนึ่งในคอนเซปต์ ของ MVC ซึ่งมาจากตัวอักษรย่อ "C" นั้นเอง ซึ่งหน้าที่ของมันคือเป็นส่วนจัดการการ การทำงานของระบบ ซึ่งจะอยู่ระหว่างกลาง ของ Model และ View สำหรับบทความนี้เรามาเรียนรู้เกี่ยวกับdการสร้าง Controller, Middleware controller, resource controller ใน Laravel กันครับ การสร้าง Controller ให้เปิด Command line แล้วพิมพ์คำสั่ง Artisan CLI ตามด้านล่างนี้ครับ php artisan make:controller BlogController Laravel จำทำการสร้างไฟล์ Controller มาให้เราเองซึ่งไฟล์จะอยู่ที่ app\Http\Controllers หลังจากนั้นเราเปิดไฟล์ BlogController.php แล้วเราจะเห็นตัวอย่างโค๊ดที่เขียนมาให้แล้ว - [Laravel - EP7 การเรียกใช้ Request](https://www.itoffside.com/laravel-ep7-request/) - Request ของ Laravel คือ HTTP Request ที่รับข้อมูลจาก Client มาเพื่อส่งไปให้กับตัว SERVER ตัวอย่างเช่นผู้ใช้ทำการกรอกข้อมูลสมาชิกผ่านฟอร์ม แล้วกด Submit ตอนกด Submit แล้วข้อมูลพวกนี้จะเรียกว่า Request นั้นเอง แล้วข้อมูล Request เหล่านี้จะถูกส่งมาที่ Controller สำหรับบทความเนื้อหานี้จะมาแนะนำการใช้งาน และอธิบายให้ผู้อ่านได้เข้าใจง่ายๆและเห็นภาพชัดเจน การนำมาใช้งาน จากการที่ยกตัวอย่างคือเมื่อเรา กรอกข้อมูลฟอร์มสมาชิกแล้วกด submit แล้ว เราต้องการส่งข้อมูลไปยัง controller ที่มี Method ชื่อว่า store() เราจะเขียนโค๊ดตามตัวอย่างด้านล่างนี้ - [Laravel - EP8 Response (การส่งค่าตอบกลับไปยังผู้ใช้)](https://www.itoffside.com/laravel-ep8-response/) - ในการทำเว็บไซต์หรือระบบเว็บแอพลิเคชั่น ผู้ใช้มีการ Request (ร้องขอ) ข้อมูลไปยัง Server (Laravel) ดังนั้นแล้ว ตัว Server (Laravel) ก็จะต้องมีการ Response (ตอบกลับ) ผลลัพท์ไปหาผู้ใช้งาน ดังนั้นบทความนี้จะอธิบายรายละเอียดและวิธีการในการเขียนโปรแกรมการตอบกลับใน Laravel กันครับ เริ่มต้น Laravel มีหลายวิธีการในการ Response โดยเราจะไปเขียน Response ที่ Controller เดี่ยวลองดูการทำ Response แบบง่ายๆก่อนด้วยการส่งข้อความ "Hello world" ตัวอย่าง ให้เราไปสร้าง Controller ในตัวอย่าง ชื่อ BaseController.php แล้วเขียนคำสั่ง code ลงไป public function demo() { return 'Hellow world'; } หากเราต้องการ response เป็นค่า Array สามารถทำได้ดังนี้ public function - [Laravel - EP9 การใช้ View](https://www.itoffside.com/laravel-ep9-view/) - Laravel: View เป็นส่วนหนึ่งของคอนเซป MVC ซึ่งหมายถึงการแสดงผลบนหน้าแอพลิเคชั่น ซึ่ง View ของ Laravel นี้อยู่ใน โฟล์เดอร์ resources/views ซึ่ง view ภาษาส่วนใหญ่จะใช้ภาษา HTML ตัวอย่างการใช้งาน ลองสร้าง view โดยไปสร้างไฟล์ test.php ไว้ที่ resources/views/test.php Hello, World 2 .ไปเพิ่มโค็ดใน Route กำหนดเส้นทางให้ render view ที่เราเพิ่งสร้างจากข้อ 1 เข้าไปที่ไฟล์ routes/web.php เพื่อกำหนดเส้นทาง Route::get('/test', function() { return view('test'); }); 3. ทดลอง เข้าลิงค์ http://localhost:8000/test แล้วจะเห็นว่า มีการแสดงผล view ตามที่เราต้องการ สำหรับที่เก็บไฟล์ - [Laravel - EP10 การใช้งาน Blade Template](https://www.itoffside.com/laravel-ep10-blade-template/) - ใน Laravel เวอร์ชั่น 5 เป็นต้นมาได้มีการนำเอา Blade Template มาใช้งานในส่วนของ view ซึ่ง Blade Template คือ Template Engine ที่เราสามารถเขียนโค๊ด php ผสมกับ html ได้อย่างเรียบง่าย แต่ผลลัพท์ที่ได้ทรงพลัง ซึ่งเราสามารถนำไปใช้กับ Frontend อย่าง vuejs, angularjs ได้อีกด้วย การใช้งานนั้นเราไม่จำเป็นต้องติดตั้งอะไรแล้วเพราะว่า blade template ถูกติดตั้งมาตั้งแต่ตอนที่เราติดตั้ง laravel แล้ว เพียงแค่เราทำการสร้างไฟล์ example.blade.php เราก็สามารถใช้ blade template ได้เลย ขั้นตอนการสร้าง Blade Template Layout เป็นขั้นตอนของการสร้าง Master Template เพื่อที่เราจะใช้ Master นี้ในทุกๆหน้า ดังนั้นเราต้องมี Layout template สำหรับเป็น Template หลักก่อน - [Laravel - EP11 การใช้งาน Model](https://www.itoffside.com/laravel-ep11-model/) - สำหรับ Model ใน Laravel มีการใช้ Eloquent ORM ที่มาพร้อมกับ Laravel ซึ่งใช้งาน ActiveRecord ที่ทำให้เราเขียนโค๊ดเป็นระเบียบสวยงามและเรียบง่าย ในแต่ละตารางฐานข้อมูลมี "Model" ที่เป็นแบบจำลองให้เราสามารถทำงานกับฐานข้อมูล บนการเขียนโค๊ดได้ เปรียบเทียบง่ายๆเช่นเรามี ตาราง products, customer เราก็จะมี Model Product.php, Customer.php เป็นต้น ก่อนเริ่มสร้าง Model เราต้องแน่ใจก่อนว่าเรามีการเชื่อมต่อฐานข้อมูลแล้ว วิธีการตรวจสอบสามารถเข้าไปตั้งค่าที่ ไฟล์ .env ดังนี้ DB_DATABASE=myblog DB_USERNAME=root DB_PASSWORD=mypassword Model เวลาเราสร้างแล้วไฟล์จะไปอยู่ที่ App ซึ่งเราสามารถนำไปไว้ที่ไหนก็ได้ แต่ในตัวอย่าง และคำแนะนำของผมผมจะแนะนำให้เรานำไฟล์ Model ไปไว้ที่ App\Models และวิธีการสร้าง Model ให้เราเปิด Command line มาแล้ว ให้พิมพ์คำสั่ง ตามโค๊ดด้านล่าง php artisan make:model - [Laravel - EP12 Database กับการทำ Migration](https://www.itoffside.com/laravel-database-migration/) - Database migrate ของ Laravel เป็นการทำสคริปเพื่อ Generate ตาราง ให้เราผ่านคำสั่ง Laravel ที่เราเขียนขึ้นมา ซึ่งข้อดีช่วยให้ทำเราสามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมได้ดียิ่งขึ้น ยกตัวอย่างให้เห็นภาพนะครับ เช่น ปกติเวลาเรา ทำงานมีการสร้าง ตารางใหม่หรือ อัพเดทฟิล์ดในตาราง ที่นี้เราก็ ไปใช้พวก phpmyadmin แล้ว copy script ส่งให้กันไปๆ มาๆ การทำงานหลายๆคนก็เริ่มลำบากละ เพราะว่า ต้องมานั่ง run script แล้วเผลอๆ บางคนลืม ทำสคริปส่งไปให้อีกทำให้ เกิดปัญหาขึ้นมา ดังนั้น Migrate จึงเกิดมาการนี้ ให้เหล่าโปรแกรมเมอร์ เวลาต้องการสร้างหรือแก้ไขตาราง ก็มาเขียนคำสั่ง (PHP) แล้ว Generate เอา ทำให้ เวลาคนอื่น มาทำงานต่อก็เพียงแค่ Pull code จาก เพื่อนแล้ว ก็ run migrate เป็นอันจบแล้ว - [การใช้งาน Bootstrap Datepicker เพื่อแสดงวันที่ปฏิทินให้สวยงาม](https://www.itoffside.com/bootstrap-datepicker-calendar/) - Bootstrap Datepicker Plugin Bootstrap datepicker เป็น plugin ที่ใช้สำหรับการเลือกวันที่ในแบบฟอร์มของเว็บไซต์ ซึ่งใช้งานได้ง่าย และสามารถปรับแต่งตามความต้องการได้หลากหลาย ในการเรียกใช้งาน Bootstrap datepicker คุณจะต้องมีการติดตั้ง Bootstrap และ datepicker ก่อน ซึ่งคุณสามารถดาวน์โหลดไฟล์ตัวอย่างของ Bootstrap จากเว็บไซต์ของ Bootstrap หรือเรียกใช้งานโดยใช้ CDN ส่วน datepicker สามารถดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ของ Bootstrap Datepicker แล้วเพิ่มไฟล์ที่ต้องการเข้าสู่โปรเจคของคุณ เช่น ไฟล์ CSS สำหรับรูปแบบ และไฟล์ JavaScript สำหรับการทำงานของ datepicker หลังจากนั้น คุณสามารถเริ่มการเขียนโค้ดเพื่อเรียกใช้งาน datepicker โดยการเพิ่มปุ่มหรือฟิลด์ข้อมูลวันที่ลงในแบบฟอร์ม และกำหนดค่าต่างๆ หลังจากนั้นคุณสามารถเขียน JavaScript เพื่อเรียกใช้ datepicker โดยใช้คำสั่ง .datepicker() ซึ่งจะถูกเรียกใช้กับอิลิเมนต์ที่กำหนดไว้ เช่น ปุ่มหรือฟิลด์ข้อมูลวันที่ ตัวอย่างการเขียน JavaScript ดังนี้: - [Laravel การตรวจสอบข้อมูลก่อนบันทึกด้วย Validation](https://www.itoffside.com/laravel-validation/) - สวัสดีครับ วันนี้ผมมาแนะนำการใช้งาน Validation ของ Laravel ซึ่งใช้งานได้ง่ายมากๆ โดยประโยชน์ของ Laravel validation นั้นเอาไว้สำหรับตรวจสอบข้อมูลว่าถูกต้องตามที่เราต้องการหรือไม่ ก่อนที่จะบันทึกลงฐานข้อมูล(Database) ทำให้เราสามารถจัดเก็บข้อมูลถูกต้องตามความต้องการเช่น เราต้องการเก็บเบอร์โทรศัพท์ลงฐานข้อมูล ถ้าเราไม่ได้ใช้ Laravel validation ข้อมูลที่ผู้ใช้งานระบบจะกรอกมาจะเป็น 081-1448181 หรือ 02-2330-343 หรือ 099-234-2421 ซึ่งจริงๆแล้วเราไม่ได้ต้องการ ขีดหรือ (-) เลย เราแค่ต้องการให้ผู้ใช้งานกรอกแค่ตัวเลข เช่น 0811448181 เท่านั้น ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องใช้ Laravel validation นั้นเอง Laravel Validation เป็น แพคเก็จที่ติดมาตอนติดตั้ง Laravel เลยเราไม่ต้องไปติดตั้งเพิ่ม ในการเรียนรู้การใช้งาน Laravel Validation นั้นเรียนรู้ง่าย ไม่ซับซ้อน ใช้งานไม่ยาก เพียงเรากำหนดเงื่อนไข ที่ต้องการ เวลา ผู้ใช้กรอกข้อมูลแล้ว submit form มา จังหวะนี้ ที่ - [Laravel WorkShop ระบบ Blog และ Login](https://www.itoffside.com/laravel-workshop-blog-and-login/) - ระบบจัดการ Blog สามารถ เพิ่ม แก้ไข ลบ และแสดงรายการ ได้ มีการตรวจสอบการกรอกข้อมูล และมีระบบยืนยันตัวตนผ่านการล๊อกอิน(Login) เป็นระบบ workshop laravel อย่างง่ายๆ ให้ผู้อ่านผู้ชม ได้เห็นการเขียนโปรแกรมด้วย laravel ว่าเขียนประมาณไหนบ้าง พาใช้งาน Laravel ผ่าน Workshop Blog/Login เพื่อนๆจะได้รู้จักกับ การสร้าง Controller, Model, View - การกำหนด Route ของ Web (GET, POST, PUT, DELETE) การทำ Migrate ของ database การทำ Middleware และการใช้งาน middleware ผ่าน Route การทำ Authen login แบบ Manual การทำ CRUD ของ - [กำหนดรายการ Listbox ที่ 2 จากเงื่อนไขในการเลือก Listbox ที่ 1 ด้วย Ajax กับ jQuery](https://www.itoffside.com/select-multi-listbox-ajax-jquery-php/) - การกำหนดรายการ Listbox ที่ 2 โดยเงื้อนไขจากการเลือก Listbox ที่ 1 หรือ Dropdown สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้อย่างหลากหลายเช่น การทำ Listbox (Dropdown) จังหวัด - อำเภอ โดยเมื่อมีการเลือก Listbox (Dropdown) จังหวัด แล้ว Listbox (Dropdown) อำเภอ จะแสดงรายการอำเภอเฉพาะจังหวัดที่เลือกเท่านั้น โดยบทความนี้จะใช้ PHP, Javascript (jQuery) โดยใช้เทคโนโลยีของ Ajax เป็นตัวอย่าง และใช้ฐานข้อมูล MySQL update บทความที่เกี่ยวข้องและปรับปรุงใหม่ ตอนนี้มีบทความ การทำ listbox/dropdown แบบ 3 ชั้นแล้ว ละเอียดกว่าเดิม คลิกเพื่อดู เพื่อให้เห็นภาพลองดูตัวอย่าง ได้ที่นี้ Demo 1. นำ script sql ด้านล่างนี้ไป run ใน - [การทำ Multiple Dropdown จังหวัด, อำเภอ, ตำบล แบบ 3 ชั้น ด้วย Ajax + PHP + MySQL](https://www.itoffside.com/dropdown-dynamic-3-level-with-ajax/) - บทความนี้เป็นการสอนการทำ Dropdown 3 ชั้น โดยใช้เทคนิค Ajax ในการช่วยเพื่อให้หน้าเว็บไปต้องรีเฟส โดยขั้นตอนการทำงานเริ่มจากเลือกจังหวัด เมื่อเลือกจังหวัดแล้ว Dropdown ชั้นที่ 2 จะมีรายชื่ออำเภอของจังหวัดที่เลือกเท่านั้น หลังจากนั้นเมื่อเราเลือกอำเภอ Dropdown ชั้นที่ 3 จะมีรายชื่อตำบลของอำเภอที่เราเลือก จะเห็นได้ว่าทั้งหมดนี้เราใช้ ภาษา PHP + MySQL (เทคนิค Ajax) เท่านั้น ซึ่งทางผู้เขียนจะอธิบายขั้นตอนของ code เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจได้ง่ายขึ้น เดโม่ตัวอย่าง เครื่องมือพัฒนา 1. XAMPP สำหรับจำลองเครื่องเราเป็น SERVER ให้ใช้เวอร์ชั่นล่าสุด (ที่ใช้ php 7 ขึ้นไป) 2. VSCODE ใช้ในการเขียนโปรแกรม ขั้นตอน 1. ดาวน์โหลดฐานข้อมูลมาก่อน สามารถดาวน์โหลดได้ที่ Click to Download อ้างอิงจาก https://github.com/parsilver/thailand-provinces 2. หลังจากนั้นทำการสร้าง database - [PHP Workshop ระบบตะกร้าสั่งซื้อสินค้า (Shopping Cart)](https://www.itoffside.com/php-workshop-shopping-cart/) - PHP Workshop ระบบตะกร้าสั่งซื้อสินค้า เป็นตัวอย่าง Code โดยใช้ความฟังก์ชั่น PHP Array และ ฟังก์ชั่น Session ในการทำงานของระบบตะกร้าโดยดึงข้อมูลสินค้าจาก MySQL (ฐานข้อมูล) มาแสดง ส่วนหลักการทำงานของ Code นั้นเป็นหลักการทำงานแบบง่ายๆ ผู้อ่านและผู้ศึกษาสามารถทำความเข้าใจในบทความนี้ได้อย่างรวดเร็ว โดยจะมีรูปภาพพร้อมคำบรรยายประกอบใต้ภาพ ความสามารถของระบบ Shopping cart ที่ผู้เขียนได้สร้างขึ้นนั้นมีดังต่อไปนี้ - แสดงรายการสินค้าจากฐานข้อมูลโดยใช้ฐานข้อมูล MySQL - เก็บข้อมูลของสินค้าลงในตะกร้าสินค้าโดยใช้ Session และ Array - เก็บสินค้าลงในตะกร้าสินค้าซ้ำรายการได้โดยนำไปเพิ่มจำนวนที่มีอยู่ (บันทึกเพิ่มจำนวน) - แสดงจำนวนสินค้าในตะกร้าสินค้า - กำหนดจำนวนสินค้าในหน้าตะกร้าสินค้าได้ตามที่ต้องการ - ลบสินค้าออกจากตะกร้าสินค้าได้ตามที่ต้องการ - ระบบจัดเก็บข้อมูลการสั่งซื้อพร้อมรายละเอียดผู้สั่งซื้อลงในฐานข้อมูล MySQL สร้างฐานข้อมูลชื่อ shopping_cart หลังจากสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วให้นำ Script SQL ด้านล่างนี้ไป Run เพื่อทำการสร้างตาราง — phpMyAdmin SQL - [การทำ export excel + PHP ด้วย PhpSpreadsheet](https://www.itoffside.com/how-to-export-excel-php-with-phpspreadsheet/) - วันนี้ผมมาแนะนำ Lib ของ PHP ที่ช่วยให้เราสามารถ export excel ได้อย่างง่ายดาย ด้วยใช้ lib ที่ชื่อ Phpspreadsheet ทำไมถึงเลือกใช้ Lib นี้แทน PHPExcel ก็เพราะว่า Phpspreadsheet เป็นรุ่นต่อจาก PHPExcel นั้นหมายถึงว่า Phpspreadsheet ยังใหม่ สด กว่าและมีการปรับปรุง Code ให้สามารถทำงานได้ดีขึ้น อีกทั้งยังรองรับ PHP เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด และสาเหตุที่ผู้เขียนแนะนำให้ใช้ Phpspreadsheet แทน PHPExcel เนื่องด้วยทางทีมงานจะพัฒนาเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ลงใส่ Phpspreadsheet กลับกัน PHPExcel จะไม่ได้มีการพัฒนาอีกต่อไป การติดตั้ง ขั้นตอนการติดตั้งเราควรมี Composer ในเครื่องของเรา(มีแล้วข้ามขั้นตอนนี้ไปเลย) หากใครยังไม่มีสามารถดาวน์โหลดและติดตั้งไว้ได้เลย ลิงค์ดาวน์โหลดคลิกที่นี้ เปิด command line และ CD ไปที่พาธโปรเจคของเราเช่น cd c:\xampp\htdoc\phpexcel พิมพ์ command "composer require phpoffice/phpspreadsheet" เพื่อติดตั้ง phpspreadsheet - [แจกระบบจัดการเอกสาร โดยใช้ Laravel 5 Framework [PHP+MySQL]](https://www.itoffside.com/sourcecode-ecdocument-laravel-php-mysql/) - ระบบเอกสารที่ผมได้ทำขึ้นมาใช้เครื่องมือในการพัฒนาคือ VSCODE และ Framework ของ ภาษา PHP คือ Laravel 5.6 ส่วน CSS ใช้ Framework Bootstrap 4.1 ในการพัฒนาเช่นกัน ซึ่งไว้ว่าการแจกจ่าย Source code จะเป็นตัวอย่าง code ให้กับผู้ที่สนใจศึกษา Laravel เหมือนผมเช่นกัน และระบบที่ผมนำมาแจกนั้นใช้ Template จาก PikeAdmin ซึ่งมีการใช้ bootstrap 4 ในการทำ Template และในสุดท้ายนี้หากใครมีปัญหาการติดตั้ง สามารถแสดงความเห็นไว้ด้านล่างนี้นะครับ ระบบเอกสารมีตาราง 3 ตารางได้แก่ ตาราง users, categories, documents ความสามารถของโปรแกรม สามารถกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงตามผู้ใช้และผู้ดูแลได้ โดยผู้ใช้สามารถอ่านเอกสารได้อย่างเดียว เอกสารสามารถอัพโหลดไฟล์ได้เฉพาะนามสกุล PDF และป้องกันไม่ให้อัพโหลดนามสกุลอื่น มีหมวดหมู่เพื่อจำแนกประเภทเอกสารได้ มีระบบตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึง โดยต้องระบบทุกครั้งที่ใช้งาน ความต้องการของโปรแกรม PHP version - [ใช้ Datatables กับ Codeigniter แบบ Server-Side (Ajax)](https://www.itoffside.com/use-datatables-with-codeigniter-server-side-ajax/) - สวัสดีครับคุณผู้อ่านทุกท่าน เมื่อคราวที่แล้ว ผมได้มีการลงบทความ การใช้งาน Datatables แบบบ้านๆ โดยใช้ PHP ธรรมดาในการ ทำงาน ซึ่งทางผมเองคาดว่าผู้อ่าน จะได้รับประโยนช์จากบทความ ไม่มากก็น้อยครับ ดังนั้นในบทความนี้ ผมก็เลยมาสอนการใช้ Datatables กับ Codeigniter ว่าต้องทำอย่างไรบ้าง เริ่มจากตรงไหนบ้าง ซึ่งบทความนี้เหมาะกับคนที่เคยเขียน Codeigniter และเขียน javascript พอได้ ครับ Demo http://sysapp.itoffside.com/datatables_ci/ Download https://github.com/ipball/datatables_ci/archive/master.zip Clone git https://github.com/ipball/datatables_ci.git สิ่งที่ต้องเตรียม 1. ไฟล์ plugins Datatables 2. ไฟล์ jQuery 3. Bootstrap framework 4. Codeiniter framework 5. ฐานข้อมูล เริ่มต้นกันเลยครับ สร้างฐานข้อมูลชื่อ datatables แล้ว import ไฟล์ - [การสมัครและใช้งาน DigitalOcean แบบละเอียดๆ](https://www.itoffside.com/how-to-use-digitalocean/) - สวัสดีครับท่านผู้อ่าน วันนี้มาแนะนำและพาใช้งาน DigitalOcean กัน แล้ว DigitalOcean คืออะไร เดี่ยวผมจะอธิบายให้ฟังแบบภาษาง่ายๆนะครับ DigitalOcean คือ Cloud Server ที่เราเสมือนเป็นเจ้าเครื่อง SERVER โดยที่เรามีสิทธิ์เป็น root เราสามารถเขียนคำสั่ง linux ต่างๆได้จัดการเครื่อง SERVER บน Cloud ได้อย่างอิสระ แล้วทำไมเราต้องหันมาใช้ DigitalOcean ละ? เพราะว่า 1. DigitalOcean นั้นราคาถูกมากเมื่อเทียบกับสิ่งที่เราได้รับนะ เริ่มต้นด้วยราคา $5 หรือประมาณ 175 บาท 2. มี Community ที่ใหญ่ หากเรามีปัญหาในการติดตั้ง SERVER ก็สามารถค้นหาข้อมูลได้ไม่ยาก 3. มี Performance ที่ดี เช่น ใช้ SSD, มีระบบ Load balance (เสียเงินเพิ่ม) 4. ใช้งานง่าย - [การติดตั้งใช้งาน Datatables กับการดึงข้อมูลแบบ AJAX Server-side [PHP+MySQL]](https://www.itoffside.com/howto-datatables-retrieve-data-ajax/) - DataTables เป็นส่วนเสริมของ jQuery (Javascript library) ซึ่ง Datatables เป็นเครื่องมือที่มีความหยืดหยุ่นในการใช้งาน ได้หลากหลายรูปแบบ โดย DataTables จะนำข้อมูลออกมาแสดงในรูปแบบของตาราง มีการเรียงลำดับตามคอลัมน์ มีการค้นหา และที่สำคัญสุดมีการจัดการในเรื่องของการแบ่งหน้าของตารางอีกด้วย และดึงข้อมูลแบบ AJAX โดยดึงข้อมูลที่ใช้จริงมาแสดง เช่น ดึงข้อมูลที่หน้า 5 จำนวน 10 แถว เป็นต้น โดยเพียงการเขียนโค๊ดเพียงไม่กี่บรรทัดเท่านั้นเอง สำหรับ source code DataTables Plugin สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี ครับ ซึ่งเนื้อหาบทความนี้ จะสอนวิธีการติดตั้ง ตั้งแต่เริ่มต้นพร้อมคำอธิบาย รูปภาพประกอบกันไปเลยเพื่อให้ผู้อ่าน ได้มีความเข้าใจได้ง่ายขึ้น ทดสอบการใช้งาน (DEMO) คลิกที่นี้เพื่อทดสอบ เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า วิธีการติดตั้งขั้นตอนแรกให้เราไปโหลด Sourcecode DataTables จากลิงค์ดาวน์โหลดจากเว็บหลักที่นี้ https://datatables.net/download/packages หลักจากนั้นให้เราแตกไฟล์ Sourcecode ที่ได้โหลดมา แล้ว Copy โฟล์เดอร์ media มาทั้งหมดมาวางไว้ในภายในโปรเจคที่เราจะเรียกใช้งานนะครับ - [แจกเว็บไซต์ระบบอีคอมเมิร์ซ(E-Commerce) สำหรับพัฒนา](https://www.itoffside.com/free-download-sourcecode-ecommerce-php/) - เว็บไซต์ระบบอีคอมเมิร์ซ(E-Commerce)เป็นระบบเว็บไซต์ที่ลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ได้ตลอด 24 ชั่วโมงจึงทำให้ปัจจุบันมีเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซมากมาย ดังนั้นผมจึงเขียนเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซขึ้นมาเพื่อให้ผู้อ่านทุกคนศึกษาการทำงานและนำไปเป็นตัวอย่างได้ซึ่งระบบเว็บอีคอมเมิร์ซ(E-Commerce) ผมได้ใช้ภาษา PHP ในการพัฒนา(เขียน) ขึ้นและใช้ฐานข้อมูล MySQL ในการเก็บจัดการข้อมูลและใช้เครื่องมือ(Tool) css คือ bootstrap ในการสร้างหน้าจอสำหรับหน้าเว็บและหลังเว็บ(frontend/backend) และสิ่งสำคัญสำหรับในยุคปัจจุบันคือ SEO ผมได้พัฒนาเว็บไซต์โดยให้ URL เป็นมิตร(อ่านง่าย) เพื่อ SEO โดยหากคุณดาวน์โหลดนำไปใช้งานหรือทดลองต้องเปิด mod_rewrite ที่ Apache ก่อนครับ ตัวอย่างให้คุณได้ทดลองระบบที่ คลิกที่นี้(Demo) เข้าหน้าจัดการระบบ? http://sysapp.itoffside.com/ecproduct/itoffside-admin username:tawatsak password:12345678 หากต้องการดาวน์โหลด sorce code ทางผู้พัฒนาสามารถดาวน์โหลดได้ที่ลิงค์ด้านล่างนี้ [sociallocker] คลิกที่นี้เพื่อดาวน์โหลด และสำหรับ เวอร์ชั่น Codeigneter V3 ที่ทางผู้พัฒนา Tanny Chan ได้ร่วมเข้าพัฒนาด้วย สามารถดาวน์โหลดได้ที่ คลิกที่นี้เพื่อดาวน์โหลด Link สำหรับ Git ecProduct Git [/sociallocker] ส่วนของการติดตั้งอยู่ในบทความนี้ - [Workshop VDO ระบบ Webboard ง่ายๆ](https://www.itoffside.com/vdo-workshop-webboard-simple/) - สวัสดีครับ วันนี้ผมมาเสนอการทำระบบ Webboard ง่ายๆ ด้วยการถ่ายทอดผ่านวิดีโอดูบ้างอาจจะพูดไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร ระบบเว็บบอร์ดของผมเป็นเว็บบอร์ดง่ายๆโดยจะมีการตั้งคำถามและตอบคำถาม ซึ่ง workshop webboard นี้ สามารถนำไปต่อยอดได้ ลองเข้ามาชมก่อนนะครับ ต่อตอนที่ 2 ครับ ดาวน์โหลดไฟล์ Source code ประกอบ คลิกเพื่อดาวน์โหลด - [การสร้าง Layout หรือ Template ใน Codeigniter](https://www.itoffside.com/create-layout-template-in-codeigniter/) - สวัสดีครับ เพื่อนๆทุกท่าน วันนี้ผมมาแนะนำวิธีการทำ Template หรือ Layout ใน Codeigniter เวอร์ชั่น 3.0+ โดยวิธีนี้เป็นอีก 1 วิธีในการทำ Template ที่ง่ายต่อการเรียกใช้ โดยส่วนตัวผมคิดว่า วิธีการสร้าง Template ที่กำลังจะแนะนำนี้ผมว่าโอเคละ และตัวผมเองก็ใช้อยู่เหมือนกัน เดียวลองมาดูกันครับว่าสร้างกันอย่างไร 1. สร้างไฟล์ "MY_Controller.php" ไว้ใน โฟล์เดอร์ "application/core/" หลังจากนั้นให้นำโค๊ดด้านล่างไปวางไว้ในไฟล์ - [การใช้งาน CKEditor (Text Editor WYSIWYG) และการตั้งค่าแบบง่ายๆ](https://www.itoffside.com/howto-ckeditor-text-editor-wysiwyg/) - CKEditor คือ เครื่องมือ(Tool) ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเขียนข้อความลงบนเว็บไซต์ได้อย่างสะดวกสบายโดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเขียนแท๊ก code ภาษา HTML ใดๆเลย ยกตัวอย่างเช่น กล่อง Comment หรือกล่องเขียนบทความ บนเว็บ ถ้าเราไม่ใช้ CKEditor จะได้ กล่องเป็น Text Area พิมพ์ข้อความลงไปไม่สามารถใส่สี ขนาดตัวอักษร ใดๆได้(ยกเว้นมีความรู้เกี่ยวกับภาษา HTML) ดังนั้น CKEditor จะช่วยเหลือในการที่เราสามารถ ใส่สี ใส่ขนาดตัวอักษร ใส่ลิงค์ ตัวหน้า ตัวเอียงได้โดย เหมือนกับใช้ Microsoft Word เลยทีเดียว วิธีการติดตั้ง ดาวน์โหลด Source code CKEditor ได้ที่เว็บไซต์ http://ckeditor.com/download โดยให้เราเลือกแบบ Full Package (ความแตกต่างของการดาวน์โหลดคือจะมีส่วนเสริมมาเยอะกว่า) แตกไฟล์และ นำ Source code ที่ได้ไปวางไว้ในโปรเจคของเรา เรียกไฟล์ javascript ของ ckeditor ตัวอย่างบทความของผมจะเป็นแบบนี้ครับ - [การเชื่อมต่อและจัดการฐานข้อมูล MySQL โดยใช้ Netbeans IDE](https://www.itoffside.com/connecting-mysql-database-from-netbeans/) - บทความนี้นำเสนอการตั้งค่าการเชื่อมต่อฐานข้อมูล Mysql โดยใช้โปรแกรม NetBeans IDE โดยการตั้งค่าการเชื่อมต่อทำเพียงครั้งเดียวหลังจากนั้นคุณก็สามารถสร้างฐานข้อมูล, สร้างตาราง และ Run Sql query ได้ ในตัวอย่างของบทความนี้จะให้ผู้อ่านเข้าใจถึงระบบการจัดการฐานข้อมูลเบื้องต้น เพื่อใช้ความรู้ความเข้าใจมาประยุกต์ใช้กับโปรแกรม NetBeans IDE ด้วย MySQL คือระบบจัดการฐานข้อมูลที่เป็น Open Source โดยเป็นที่นิยมในการนำมาใช้งานกับเว็บไซต์แอพลิเคชั่น ซึ่ง MySQL มีความเร็ว, ความเสถียร ในการประมวลผล จึงเหมาะสำหรับจะใช้เป็นฐานข้อมูลพัฒนาระบบร่วมกับภาษา PHP เครื่องมือที่ต้องเตรียมมีดังนี้ 1. NetBeans IDE เวอร์ชั่น 7.x 2. Java Development Kit (JDK) เวอร์ชั่น 6 หรือ 7 3. MySQL database server เวอร์ชั่น 5.x เปิดโปรแกรม NetBeans IDE ขึ้นมา สักเกตุ - [Pagination แบ่งหน้าการแสดงผลด้วย Codeigniter (PHP Mysql)](https://www.itoffside.com/pagination-codeigniter-php-mysql/) - บทความนี้เป็นการสอนการแบ่งหน้า(Pagination) โดยใช้ Library ของ Codeigniter ซึ่งการแบ่งหน้าเป็นสิ่งหนึ่งที่จำเป็นต้องมีในเว็บแอพลิเคชั่น ซึ่งก็แล้วแต่เทคนิคและลักษณะกันไป ประโยชน์ของการแบ่งหน้าช่วยให้หน้าเว็บไซต์ของเราไม่ยืดยาวและโหลดเร็วขึ้น แน่นอนว่าสำหรับบทความนี้ จะสอนแบบอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ นะครับ มาเริ่มกันเลยครับ เตรียมความพร้อม! 1. PHP เวอร์ชั่น 5.6 2. MySQL เวอร์ชั่น 5.6 3. Tool PHP MyAdmin 4. Codeigniter Framework เวอร์ชั่น 3.0.4 5. Editor ในตัวอย่างบทความนี้ผมใช้ Atom 1.0 นะครับ วิธีการ/ขั้นตอน Import SQL Import ตารางข้อมูล Product ก่อน Code SQL ด้านล่างนี้ครับ -- -- Table structure for table `products` -- CREATE - [การเขียน PHP แบบธรรมดาและการเขียน PHP แบบใช้ Framework](https://www.itoffside.com/core-php-vs-php-framework/) - ความแตกต่างระหว่างการเขียน PHP แบบไม่ใช้ Framework กับ ใช้ Framework 1. เรื่องความเร็วในการประมวลผล แน่นอนล่ะ ว่า Framework ย่อมมีความเร็วที่ช้ากว่าการเขียน php แบบปกติ เพราะ Framework ต้องคิดหลายต่อจึงทำให้ประมวลผลช้า แต่ปัจจัยการช้านั้นอยู่ที่ว่า Framework แต่ละยีห้อนั้นมีการทำงานที่ซับซ้อนหรือไม่ 2. รูปแบบการเขียนโปรแกรม - ภาษา php เป็นภาษาสคริปต์น้อยคนนักสำหรับคนเขียนใหม่ๆ จะเริ่มต้นเขียน php แบบ OOP (หลักการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ) โดยนิยมเขียนเป็นสคริปต์ ฉากๆ มากกว่า เพราะง่าย แต่ต้องแลกกับการจัดระเบียบของซอสต์โค๊ดและการดูแลรักษา แต่ แต่... Framework นั้นรูปแบบการเขียนที่เป็นแบบ OOP และการเขียนจะอยู่ในรูปแบบที่เหมือนกันดังนั้นจึงสามารถจัดการระเบียบซอสต์โค๊ตได้ง่าย การกลับมาแก้ไขได้ง่าย ตรงนี้ผมจึงแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษา php Framework คุณต้องศึกษา OOP ด้วยนะครับไม่อย่างนั้น จะไม่เข้าใจและการใช้งานของ php Framework เลย 3. - [PHP MySQL Pagination แบ่งหน้าการแสดงผลด้วย PHP Mysqli กรณีที่มีจำนวนแถวข้อมูลมาก](https://www.itoffside.com/php-pagination-example-using-mysqli-database/) - ในการทำเว็บไซต์หากคุณมีจำนวนข้อมูล(แถว) มากๆ จนเลื่อนลงไม่รู้จะจบเมื่อไหร หรือ ข้อมูลมากจนทำให้หน้าเว็บคุณยาวขึ้น ผมเสนอแนะวิธีการใช้งาน Pagination หรือการแบ่งหน้า เช่นกรณีมีข้อมูล 100 แถว ให้แบ่งหน้าเหลือเพียง 10 แถวต่อ 1 หน้า ทำให้เว็บคุณไม่ยาว และง่ายในการใช้งานอีกด้วย ซึ่งในบทความนี้ ผมจะแนะนำการเขียนโปรแกรม การแบ่งหน้าแบบง่ายและนำไปใช้งานได้จริงด้วย PHP และ MySQLi Demo : Pagination with php and mysqli เริ่มต้นให้คุณสร้างฐานข้อมูลชื่อ pagination แล้ว Run query เพื่อเพิ่มตารางในฐานข้อมูล MySQL กันก่อนครับโดย copy code sql ด้านล่างไปวางใน phpmyadmin ครับ -- phpMyAdmin SQL Dump -- version 4.3.11 -- http://www.phpmyadmin.net -- -- - [ทำช่อง text Autocomplete เหมือน Google ด้วย jQuery Plugin](https://www.itoffside.com/make-text-autocomplete-like-google-with-jquery-plugin/) - สวัสดีครับ สำหรับบทความนี้แนะนำการใช้งาน Autocomplete like Google jQuery Plugin คือเวลาที่เราทำการพิมพ์ข้อความ (จากตัวอย่างบทความเป็นชื่อจังหวัด) ใน Textbox แล้วมี ชื่อข้อความเต็ม แสดงขึ้นมาให้เราตัดสินใจเลือก วิธีการเขียนง่ายๆครับ ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนมาก และเรานำ plugin มาประยุกต์ใช้งานให้เหมาะสมกับงานของเราเท่านั้น ลองทดสอบการใช้งานได้ที่ นี้ครับ คลิกที่นี้เพื่อน Demo ดาวน์โหลด Sourcecode ได้ที่นี้ คลิกที่นี้เพื่อดาวน์โหลด วิธีการใช้งาน 1. ให้นำ code นี้ไปวางไว้บรรทัดบนสุดของไฟล์ index.php อธิบาย code เชื่อมต่อฐานข้อมูลพร้อมกับดึงข้อมูลตารางจังหวัดออกมา 2. ให้นำ code นี้ไปวางที่ tag - [Date Time Picker (ปฏิทินวันที่) โดยใช้ jQuery & Plugin](https://www.itoffside.com/date-time-picker-jquery-plugin/) - ในการทำเว็บไซต์มักจะมีวันที่เข้ามาเกี่ยวข้องซึ่งวันนี้ทางผู้เขียนได้แนะนำ jQuery Plugin ที่ใช้งานง่ายๆและผู้อ่านสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานเองได้นั้นคือ Date Time Picker - jQuery Plugins by XDSoft ผู้อา่นสามารถดาวน์โหลด คลิกที่นี้เพื่อดาวน์โหลด เหตุผลที่ผู้เขียนเลือกใช้งาน date time picker นั้นคือ ความสวยงาม และ หยืดหยุดมากๆในการกำหนดค่าต่างๆในช่อง text box ดังนั้นเมื่อมีอะไรดีๆ ทางผู้เขียนจึงได้นำมาแนะนำให้ผู้ใช้/โปรแกรมเมอร์ ได้ทำความรู้จักและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์นั้นเอง คลิกเพื่อทดลองใช้งาน Demo วิธีการเรียกใช้งาน อันดับแรกให้ทำการ include ไฟล์ css,js ตามโค๊ดด้านล่าง สร้าง text box ขึ้นมาโดยกำหนด id ให้เป็น "startdate" - [PHP Workshop ระบบสมาชิก แบบละเอียด ตอนที่ 4](https://www.itoffside.com/php-workshop-member-system-4/) - ต่อจากบทความที่แล้ว?PHP Workshop ระบบสมาชิก แบบละเอียด ตอนที่ 3 บทความนี้เป็นการเขียนโปรแกรมจัดการผู้ใช้งานโดยมีระบบ แสดง เพิ่ม ลบ ข้อมูลสมาชิก มาเริ่มกันเลยครับ - เปิด Netbeans IDE ขึ้นมาแล้วสร้างไฟล์ manager_user.php แล้วนำ code ด้านล่างไปวางใส่ [php] - [PHP Workshop ระบบสมาชิก แบบละเอียด ตอนที่ 2](https://www.itoffside.com/php-workshop-member-system-2/) - ในตอนที่ 1 นั้นเป็นการสร้างฐานข้อมูลเพื่อใช้ในระบบสมาชิก และในบทความนี้(ตอนที่2)เป็นการเขียนโปรแกรมโดยใช้ Netbeans IDE โดยเริ่มจากการสร้างโปรเจ็คและเขียนไปทีละส่วนงาน เพื่อให้ผู้อ่านทุกคนสามารถเข้าใจได้ง่าย ในบทความนี้จะเขียนอธิบายเกี่ยวกับการเข้าสู่ระบบ เริ่มจากการสร้างหน้าจอและการเขียนโค๊ด และท้ายบทความจะเขียนขั้นตอนการทำงาน - เปิด Netbeans IDE ขึ้นมาแล้วสร้าง Project ชื่อว่า "member" โดยขั้นตอนการสร้าง Project สามารอ่านได้จากบทความนี้ คลิกที่นี้เพื่ออ่าน - สร้างไฟล์ signin.php (ไฟล์หน้าจอเข้าสู่ระบบ)? โดยให้คุณคลิกขวาที่ Soruce files -> New -> PHP FIle... แล้วตั้งชื่อไฟล์ signin.php และนำ Code ด้านล่างไปใส่ในไฟล์ [html] เข้าสู่ระบบสมาชิก - [เขียน PHP ด้วยการค้นหาข้อมูล MySQL โดยใช้เทคนิค Ajax](https://www.itoffside.com/php-search-mysql-by-ajax/) - บทความนี้แนะนำเกี่ยวกับการค้นหาข้อมูล MySQL แล้วดึงข้อมูลออกมาโชว์ไม่ต้อง Refresh โดยใช้เทคนิค AJAX ในการทำงาน โดยตัวอย่าง source code เป็นตัวอย่างแบบง่ายๆ สามารถเข้าใจได้ไม่ยาก และนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที demo ทดสอบคลิกที่นี้ ดาวน์โหลดไฟล์ทั้งหมด ที่นี้ 1. สร้างตารางและ import ข้อมูล CREATE TABLE IF NOT EXISTS `items` ( `id` int(11) NOT NULL, `codename` varchar(50) COLLATE utf8_unicode_ci NOT NULL, `itemname` varchar(50) COLLATE utf8_unicode_ci NOT NULL, `detail` text COLLATE utf8_unicode_ci NOT NULL, `unit` varchar(50) COLLATE utf8_unicode_ci NOT - [การอัพโหลดรูปภาพและ resize แบบ AJAX โดยใช้ PHP และ jQuery](https://www.itoffside.com/ajax-image-upload-and-resize-with-php-jquery/) - ปัจจุบันการอัพโหลดไฟล์รูปภาพและ resize ขนาดรูปภาพ มี code ดาวน์โหลดให้เลือกใช้งานมากมายแต่บทความในบทความนี้ผมแนะนำการอัพโหลดไฟล์รูปภาพแบบ AJAX โดยใช้ PHP และ ใช้ jQuery เป็นเครื่องมือในการอัพโหลดรูปภาพซึ่งการอัพโหลดรูปภาพแบบ AJAX นั้นมีจุดเด่นคือไม่ต้อง Refresh หน้าเว็บเพจจึงทำให้การอัพโหลดมีความรวดเร็วและใช้ Data Transfer น้อยลง โดยผมจะใช้เทคนิค HTML5 File API ในการตรวจสอบขนาดไฟล์และประเภทของไฟล์ก่อนที่จะอัพโหลดจากนั้นผมจะสร้างไฟล์รูปภาพ 2 ไฟล์ คือไฟล์รูปภาพ Original และ รูปภาพแบบปรับขนาดแล้ว สำหรับบทความนี้เน้นการใช้งานพื้นฐานและง่ายต่อการเรียนรู้และเข้าใจ รูปภาพโครงสร้างโฟล์เดอร์และไฟล์ ในบทความนี้ ผมสร้างโปรเจ็คชื่อว่า ajaxuploadimg จะเห็นได้ว่าไฟล์ที่จำเป็นต้องใช้งานมีดังนี้ 1. ไฟล์ index.php ทำหน้าที่แสดงหน้าจออัพโหลดและส่งข้อมูลอัพโหลดผ่าน AJAX 2. ไฟล์ processupload.php ทำหน้าอัพโหลดรูปภาพโดยใช้ภาษา PHP คุณสามารถตั้งค่าการอัพโหลดได้ที่ไฟล์นี้ เช่นกำหนดขนาดรูปภาพ กำหนดพาธที่เก็บรูปภาพ 3. โฟล์เดอร์ uploads ทำหน้าที่เก็บรูปภาพที่อัพโหลด 4. - [รูปภาพสไลด์ด้วย Nivo Slider jQuery Plugin](https://www.itoffside.com/nivo-slider-jquery-plugin/) - การทำรูปภาพสไลด์เป็นที่นิยมเนื่องจากมีความสวยงามแล้วยังประหยัดพื้นที่การแสดงผลรูปภาพอีกด้วย โดยในบทความนี้ผมแนะนำการใช้งาน Nivo Slider Jquery Plugin ซึ่งการนำมาประยุกต์ใช้งานได้ง่ายไม่ซ้ำซ้อนและตรงตามความต้องการ อีกทั้งยังมีการปรับแต่งได้มากมาย เว็บผู้พัฒนา : http://docs.dev7studios.com/jquery-plugins/nivo-slider ตัวอย่าง (demo) http://sysapp.itoffside.com/slide/ การติดตั้ง 1. ดาวน์โหลด Nivo Slider jQuery Plugin ได้ที่ คลิกที่นี้เพื่อดาวน์โหลด 2. include ไฟล์ css และไฟล์ js ไว้ใน ของเว็บไซต์คุณ ตามโค๊ดตัวอย่างด้านล่าง nivo-slider หากคุณมี jquery.min.js อยู่แล้วคุณไม่จำเป็นต้อง include จาก - [การส่งอีเมล์ด้วย PHPMailer (โดยส่งผ่านอีเมล์ Gmail SMTP)](https://www.itoffside.com/how-to-use-phpmailer-gmail-smtp/) - PHPMailer เป็น Class ที่ถูกพัฒนาขึ้นในการส่งอีเมล์ เพื่อความสะดวกสบายในการเรียกใช้งานซึ่งโดยปกติทาง PHP มีฟังก์ชั่นการส่งอีเมล์คือ mail() แต่ติดปัญหาคือเมล์ที่ส่งไปนั้นไม่ได้รับเนื่องจากอีเมล์ฉบับนั้นอยู่ใน Junkmail จึงทำให้รับความลำบากในการแก้ไขปัญหา ดังนั้น การใช้งาน PHPMailer จึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการแก้ไขปัญหาและ อีกทั้ง PHPMailer สามารถใช้งานได้ง่ายหากให้ gmail.com ในการส่งอีเมล์ โดยตัวอย่างบทความใช้ gmail SMTP สำหรับ PHPMailer คุณสามารถดาวน์โหลดได้ที่ คลิกที่นี้เพื่อดาวน์โหลด เว็บหลักของ PHPMailer https://github.com/PHPMailer/ การติดตั้ง 1. หลังจากดาวน์โหลดมาแล้วให้ทำการแตกไฟล์ออกจะได้โฟล์เดอร์ PHPMailer 2. Copy โฟล์เดอร์ PHPMailer มาไว้ในโปรเจคของคุณ การใช้งาน 1. สร้างไฟล์ขึ้นมาหนึ่งไฟล์เพื่อทำการส่งอีเมล์ในตัวอย่างนี้สร้างไฟล์ชื่อ send.php แล้วให้คุณนำ code ที่ผมเขียนไปวางใส่ - [การใช้งาน jQuery Form Validator (ตรวจสอบค่าในฟอร์ม ก่อนบันทึก)](https://www.itoffside.com/jquery-form-validator/) - jQuery Form Validator เป็นปลั๊กอิน jQuery ที่สร้างการตรวจสอบฟอร์มโดยวิธีการง่ายๆ ในการตรวจสอบผู้ใช้กรอกค่าข้อมูล โดย jQuery Form Validator ใช้งานผ่านโค็ด html โดยไม่ต้องเขียนโค็ดคำสั่งจาก javascript และการใช้ html ในการตรวจสอบสามารถทำให้หน้าเว็บเพจของคุณเร็วขึ้นอีกเท่าตัว โดยคุณสามารถเรียกใช้โมดูลที่คุณต้องการได้อย่างอิสระ เช่นต้องการ ให้กรอกเฉพาะตัวเลขเท่านั้น และ มีความยาว 3 ตัวอักษร เป็นต้น ซึ่งในบทความนี้ผมใช้ ฺBootstrap css framework ในการสร้างฟอร์ม ดู demo ตัวอย่าง http://sysapp.itoffside.com/jquery-form-validator/ ดาวน์โหลด Source code ตัวอย่าง http://www.mediafire.com/download/te468g7h6mg9w28/jquery-form-validator.rar ดาวน์โหลดไฟล์ที่จำเป็นต้องใช้งาน 1. โหลดไฟล์ bootstrap ที่นี้ ดาวน์โหลด 2. โหลดไฟล์ jQuery ที่นี้ ดาวน์โหลด 3. โหลดไฟล์ jQuery.form.validator - [PHP Workshop ระบบสมาชิก แบบละเอียด ตอนที่ 1](https://www.itoffside.com/php-workshop-member-system/) - บทความนี้สอนการสร้างระบบสมาชิกด้วยภาษา PHP และใช้ฐานข้อมูล MySQL เป็นระบบง่ายๆไม่ได้ซับซ้อนผู้อ่านทุกคนสามารถนำไปประยุกช์การใช้งานในด้านอื่นๆได้ ผู้อ่านที่เพิ่งเริ่มเขียนโปรแกรม PHP สามารถเข้าใจระบบและ Source Code รวมทั้งบทความนี้จะแนะนำการใช้งานฐานข้อมูลโดยใช้เครื่องมือ phpMyadmin (เครื่องมือจัดการฐานข้อมูลบนบราวเซอร์) ระบบสมาชิกมีขอบเขตดังต่อไปนี้ 1. ผู้ใช้งานอื่นสามารถสมัครสมาชิกได้ 2. สมาชิกสามารถเข้าสู่ระบบและแก้ไขข้อมูลส่วนตัวได้ 3. ผู้ดูแลระบบสามารถจัดการสมาชิกได้ (แก้ไข, ลบ) ขั้นตอนต่อมาให้คุณสร้างฐานข้อมูล โดยมีตาราง member(เก็บข้อมูลสมาชิก) และในตาราง member นี้มีฟิล์ดดังต่อไปนี้ member - id (รหัสระบบสมาชิก) - username (ชื่อเข้าใช้ระบบ) - password (รหัสเข้าใช้ระบบ) - fristname (ชื่อจริง) - lastname (นามสกุล) - sex (เพศ) - phone (เบอร์โทรศัพท์) - email (อีเมล์) - active - [PHP Workshop ระบบกระทู้ ถาม ตอบ (Webboard)](https://www.itoffside.com/php-workshop-webboard/) - ในปัจจุบันระบบ Webboard หรือกระทู้ถามตอบเป็นที่นิยมใช้งานเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นระบบที่โต้ตอบระหว่างผู้ตั้งคำถามและผู้ตอบคำถาม ทำให้ผู้ตั้งคำถามและผู้เข้ามาอ่านใน Webboard ได้รับประโยชน์ ซึ่งในบทความนี้ผมทำเป็นระบบ Webboard อย่างง่ายๆเพื่อให้ผู้อ่านทุกคน ได้เข้าใจการทำงานและนำไปประยุกต์ใช้งานให้เหมาะสมกับระบบของคุณ ภาพรวมของไฟล์ที่จำเป็นต้องสร้างมีดังนี้ 1. new_topic.php 2. add_new_topic.php 3. main_webboard.php 4. view_topic.php 5. add_answer.php ขั้นตอน 1. สร้างฐานข้อมูลชื่อ webboard และสร้างตาราง 2 ตารางชื่อ questions และ answers ตามลำดับ Script สำหรับ สร้างตาราง -- -- Table structure for table `answers` -- CREATE TABLE IF NOT EXISTS `answers` ( `id` int(11) NOT NULL, - [PHP Workshop ตรวจสอบอีเมล์ซ้ำแบบ Ajax](https://www.itoffside.com/php-workshop-available-email-or-username-ajax/) - บ่อยครั้งที่มีการสมัครสมาชิกในเว็บไซต์ต่างๆ คุณจะได้รับการแจ้งเสมอๆ ตอนที่คุณกรอกข้อมูล Username หรือ Email ที่ไปซ้ำกับคนอื่นที่มีอยู่แล้ว จึงทำให้เว็บไซต์ต่างๆมีการตรวจสอบข้อมูล Username หรือ Email ก่อนที่จะบันทึกข้อมูลลงไป ทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูล Username หรือ Email ไม่มีทางที่ซ้ำกันได้อย่างแน่นอน แล้วส่วนวิธีการตรวจสอบนั้นบางเว็บไซต์ใช้วิธีการผู้ใช้กรอกข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ทั้งหมดใน Form แล้วกดปุ่ม Submit Form ถึงจะได้ตรวจสอบว่า Username หรือ Email ซ้ำกันหรือไม่ และในขณะที่เว็บไซต์บางเว็บไซต์เลือกใช้วิธีการตรวจสอบ Username หรือ Email ตอนผู้ใช้กรอก Username หรือ Email แล้ว Focus ไปที่อื่น โดยส่วนตัวของผมแล้วต้องการใช้วิธีที่ให้ผู้ใช้งานรู้ได้ทันทีหลังจากกรอก Username หรือ Email เสร็จ มากกว่าตอนที่กรอกรายละเอียดใน Form ทั้งหมดแล้วกด Submit Form ซึ่งเป็นวิธีที่เปลืองพลังงาน Server ขั้นตอนการทำงานของการตรวจสอบ Username หรือ Email - [สร้าง Message boxes ด้วย jquery toastmessage plugin](https://www.itoffside.com/jquery-toastmessage-plugin/) - jquery-toastmessage-plugin คือปลักอินของ jquery ที่ผู้สร้างทำขึ้นมาเพื่อใช้งานในการแสดงข้อความที่สวยงาม การใช้งานง่ายๆ โดยคุณสามารถโหลดปลักอินได้ที่เว็บไซต์ http://akquinet.github.io/jquery-toastmessage-plugin/ หลังจากที่คุณดาวน์โหลดไฟล์ปลักอินมาแล้วให้นำมาไว้ที่โปรเจ็คหรือเว็บไซต์ของคุณโดยไฟล์ที่ดาวน์โหลดจำเป็นต้องใชคือไฟล์ - jquery.toastmessage.js - jquery.toastmessage.css - โฟล์เดอร์ image และไฟล์หลักๆที่ต้องใช้ jquery คุณสามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ http://jquery.com/ หลังจากเตรียมไฟล์ให้คุณสร้างไฟล์ index.html แล้วแทรก code CSS ไว้ภายใน และแทรก code javascript ไว้ภายใน หลัง Add ไฟล์ ที่ต้องการใช้งานแล้วต่อไปเป็นวิธีการเรียกใช้งาน ให้เขียนคำสั่ง jquery ใน header (จริงๆไม่จำเป็นต้อง header อาจจะเป็นบรรทัดล่างสุดของ body) $(document).ready(function(){ - [PHP Workshop ระบบสมาชิก แบบละเอียด ตอนที่ 3](https://www.itoffside.com/php-workshop-member-system-3/) - ต่อจากบทความที่ บทความนี้เป็นการเขียนโปรแกรมต่อจาก การเข้าสู่ระบบ บทความนี้จะเขียนในส่วนของจัดการข้อมูลส่วนตัว โดยจะเขียนเป็น Code และอธิบายให้กับผู้อ่านให้เข้าใจถึงกระบวนการทำงานแต่ละไฟล์ - เปิดโปรแกรม Netbeans IDE ขึ้นมาแล้วสร้างไฟล์ mainpage.php แล้วนำ code นี้ไปใส่ในไฟล์ [php] หน้าแรกระบบจัดการสมาชิก หน้าแรก จัดการผู้ใช้งาน แก้ไขข้อมูลส่วนตัว ออกจากระบบ - [ติดตั้ง Windows Server 2008](https://www.itoffside.com/install-windows-server-2008/) - Windows Server 2008 เป็น Windows รุ่นถัดจาก Windows Server 2003 ซึ่ง Windows Server 2008 ได้นำคุณสมบัติต่างๆของ Windows Vista? มาผนวกรวมอยู่ด้วย โดย Windows Server 2008 สามารถรองติดตั้งการทำงานได้ทั้งแบบ 32 bit และ 64 bit และในปัจจุบัน Windows Server 2008 ได้พัฒนามาเป็น Windows Server 2008 R2 และ Codename ของ Windows Server 2008 คือชื่อ "Longhorn" วิธีการติดตั้ง Windows Server 2008 คุณต้องมีแผ่นติดตั้งของ Windows Server 2008 โดยสามารถหาดาวน์โหลดได้ที่ http://www.microsoft.com/th-th/download/details.aspx?id=5104 และหากถ้าคุณดาวน์โหลดและ - [ติดตั้ง IIS 7 บน Windows Server 2008](https://www.itoffside.com/install-iis-7-on-windows-server-2008/) - IIS ย่อมาจาก Internet Information System คือโปรแกรมที่ให้บริการ Web server กับเครื่อง client ถูกพัฒนาโดยบริษัทไมโครซอฟต์ โดยในบทความนี้จะอ้างอิงถึงเวอร์ชั่น IIS7 ซึ่งระบบปฏิบัติการที่สามารถรองรับมีดังต่อไปนี้ Windows 7, Windows Server 2008, Windows Server 2008 R2, Windows Vista และการติดตั้ง IIS 7 บน Windows Server 2008 นี้มีลักษณะการติดตั้งที่เหมือนกันกับ Windows 7, Windows Server 2008 R2, Windows Vista ขั้นตอนการติดตั้งมีดังนี้ 1. เข้าเมนู Server Manager โดยเข้าเมนู Start -> Administrative Tools -> Server Manager - [ติดตั้ง PHP บน Web server IIS (Windows Server 2008)](https://www.itoffside.com/install-php5-3-on-iis7/) - การติดตั้ง PHP บน IIS สามารถทำได้อย่างรวดเร็วและง่าย เนื่องจากว่ามีโปรแกรมของ Microsoft ที่สนับสนุนการทำงานของ PHP (Microsoft ได้ให้ความสำคัญกับภาษา PHP) ดังนั้นทำให้การติดตั้ง PHP สามารถทำได้ง่ายไม่ต้องตั้งค่าอะไรมากเหมือนสมัยก่อนอีกแล้วและในตัวอย่างบทความนี้เป็นการติดตั้ง PHP 5.3 และ IIS 7 และติดตั้งบน OS Windows Server 2008 (บทความนี้สามารถใช้เป็นบทความสำหรับ Windows vista, Windows 7 ได้) ขั้นตอนการติดตั้ง 1. เข้าเว็บไซต์ http://php.iis.net/ เพื่อดาวน์โหลดโปรแกรม PHP หลังจากคุณเข้ามาแล้วให้คลิกปุ่ม Install PHP Now ตามรูปภาพด้านล่าง 2. ในหน้าจอนี้ให้คุณคลิกปุ่ม Install Now ตามรูปภาพด้านล่าง 3. หลังจากดาวน์โหลดแล้วจะได้ไฟลล์ PHP3.EXE ให้ดับเบิ้ลคลิก เพื่อติดตั้ง - [NetBeans เครื่องมือในการเขียนโปรแกรมภาษา PHP](https://www.itoffside.com/netbeans-tool-php/) - เครื่องมือในการเขียนโปรแกรมภาษา PHP มีให้เลือกใช้หลายโปรแกรม ซึ่งในสมัยเครื่องมือในการเขียนโปรแกรมนั้นคือ Macomedia Dreamweaver 8 โดยความสามารถของโปรแกรมนี้ สามารถเขียนโปรแกรมในมุมมอง Code และการออกแบบโดยไม่ต้องเขียนคำสั่ง HTML สามารถลากกล่องเครื่องมือต่างๆ วางไว้ในหน้า Design ได้ ซึ่งจุดนี้เองทำให้โปรแกรม Dreamweaver นิยมใช้กันมาก(สมัยก่อน) จนมาถึงปัจจุบันได้มีเครื่องมือการเขียนโปรแกรมต่างๆมากมายออกมาให้เลือกใช้งาน ส่วนตัวผมเลือกใช้งาน NetBeans เลยมาเขียนบทความแนะนำการใช้งาน ซึ่งจะเริ่มการใช้งานแบบง่ายๆไม่ยุ่งยากซับซ้อน อันดับแรกให้คุณดาวน์โหลดโปรแกรมก่อนที่เว็บ https://netbeans.org/ เมื่อดาวน์โหลดมาเสร็จแล้วให้ทำการติดตั้ง กรณีที่ติดตั้งไม่ได้ให้โหลดโปรแกรม JDK แล้วติดตั้งก่อนโดยหาดาวน์โหลดได้จากเว็บ http://www.oracle.com/technetwork/java/javase/downloads/jdk7-downloads-1880260.html หลังจากที่ติดตั้งโปรแกรมเรียบร้อย ให้เปิดโปรแกรมเข้ามาใช้งาน มีหน้าตาโปรแกรมแบบนี้ บทความต่อไปจะเขียนเรื่องการสร้าง Project การจัดการไฟล์ใน Project และการตั้งค่าพื้นฐาน NetBeans หากมีข้อสงสัยหรือปัญหาการติดตั้งสามารถเขียนคอมเม้นต์ด้านล่างได้เลยครับ - [การสร้าง Project ใหม่ในโปรแกรม NetBeans IDE PHP](https://www.itoffside.com/how-to-create-new-project-netbeans-ide-php/) - การใช้งานโปรแกรม Netbeans IDE เบื้องต้น โดยผมจะแนะนำการสร้าง Project โดยจำลองเครื่องของตัวเองเป็น Server ในบทความนี้ใช้ XMAPP เวอร์ชั่น 1.8 ในการ Run Apache,PHP,MySQL ซึ่งบางคนอาจจะใช้ Appserv, WAMP ก็ได้ 1. คลิก ปุ่มสร้าง Project (วงกลมรูปภาพด้านล่าง) หรือจะคลิกเมนู File - New Project... 2. ในหน้าจอนี้เลือก Project เป็น PHP Application ตามรูปภาพด้านล่าง แล้วกด Next 3. ในหน้าจอนี้ให้กรอกข้อมูล Project Name : ชื่อ Project ของคุณ Sources Folder : เลือกที่อยู่ของ Project ในตัวอย่างใช้ XMAPP แต่ถ้าหากเป็น Appser - [Debug PHP ด้วยเครื่องมือ NetBeans IDE และ xDebug](https://www.itoffside.com/debug-php-tool-netbeans-ide-xdebug/) - การ Debug คือการตรวจสอบหาข้อผิดพลาดของโปรแกรมที่คุณเขียนเป็นเครื่องมือช่วยในการแก้ไขปัญหาและลดขั้นตอนการเขียนโปรแกรมลง ในการเขียนโปรแกรมของภาษา PHP เครื่องมือที่ใช้ Debug คือ xDebug และ NetBeans IDE โดยในบทความนี้จะอธิบายขั้นตอนการติดตั้งและใช้งาน NetBeans IDE และ xDebugบทความนี้ใช้ทรัพยากรของเครื่องดังต่อไปนี้ 1. NetBeans IDE 2. PHP เวอร์ชั่น 5 ขึ้นไป (บทความการติดตั้ง PHP บน Windows Server) 3. Web Server ในตัวอย่างนี้ใช้ Apache ซึ่งเป็นชุดติดตั้งที่มาจาก XAMPP 1.8.x4. xDebug ซึ่งจะติดตั้งในบทความนี้ 4. xDebug จะติดตั้งในบทความนี้ ขั้นตอนแรก คุณต้องติดตั้ง xDebug ก่อน โดยสามารถดาวน์โหลด dll ได้ที่เว็บไซต์ http://xdebug.org/download.php เมื่อเข้ามาแล้วให้คุณคลิกลิงค์ custom installation instructions. ## Pages - [eAccount Version Pro](https://www.itoffside.com/eaccount-pro/) - eAccount Version Pro – ระบบบัญชี PHP ครบวงจร พร้อมรองรับธุรกิจทุกรูปแบบ eAccount Version Pro คือระบบจัดการบัญชีที่พัฒนาด้วย PHP และ MySQL มาพร้อมฟีเจอร์หลากหลายที่ตอบโจทย์การทำงานทั้งด้านการขายและการซื้อ เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการความแม่นยำและความสะดวกในการจัดการข้อมูล รายละเอียดฟีเจอร์ใน eAccount Version Pro บันทึกใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงิน: สร้างและบันทึกใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงินได้โดยตรงจากระบบ พร้อมการเรียกดูย้อนหลัง บันทึกใบสั่งซื้อ: สร้างใบสั่งซื้อสินค้าได้ง่าย พร้อมการบันทึกข้อมูลคำสั่งซื้อในระบบ จัดการข้อมูลสินค้า: เพิ่ม/ลบ/แก้ไขข้อมูลสินค้า พร้อมการจัดหมวดหมู่สินค้า แบบไม่จำกัดสินค้า จัดการข้อมูลลูกค้า: บันทึกข้อมูลลูกค้า พร้อมการค้นหาลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และไม่จำกัดข้อมูลลูกค้า จัดการข้อมูลผู้จำหน่าย: บริหารข้อมูลซัพพลายเออร์ได้ง่าย พร้อมการอัปเดตข้อมูล และไม่จำกัดข้อมูลผู้จำหน่าย พิมพ์ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบ: ออกแบบเอกสารที่ครบถ้วน พร้อมมาตรฐาน พิมพ์ใบสั่งซื้อแบบเต็มรูปแบบ: ออกแบบเอกสารที่ครบถ้วน พร้อมมาตรฐาน รายงานสินค้าคงเหลือ: แสดงข้อมูลสินค้าคงเหลือแบบเรียลไทม์ รายงานยอดขาย: ตรวจสอบข้อมูลการขายแบบละเอียด การตั้งค่าระบบเต็มรูปแบบ: ปรับแต่งระบบตามความต้องการ พร้อมการกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้งาน โปรโมชั่นพิเศษ – เพียง - [Code เว็บไซต์ อีคอมเมิร์ซ(e-Commerce) PHP&MySQL](https://www.itoffside.com/code-website-ecommerce-php/) - โครงการสนับสนุนเว็บไซต์ พร้อม Source code เว็บไซต์ อีคอมเมิร์ซ(e-Commerce) เพียงราคา 990 บาท ครับ รายละเอียดมีดังนี้[เขียนโดย PHP, ฐานข้อมูล MySQL หรือ MariaDB] ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีเติบโตก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การช็อปปิ้งออนไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเรา ดังนั้น เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ(e-Commerce)จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการนำเสนอสินค้าและบริการให้กับลูกค้าอย่างสะดวกสบาย ด้วยการใช้การเขียนโปรแกรมด้วยภาาา PHP และ MySQL ที่เรียบง่าย เราสามารถพัฒนาเว็บไซต์ที่มีความสามารถและความยืดหยุ่นสูง เพื่อให้การช็อปปิ้งออนไลน์ของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและน่าพึงพอใจ เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซของเราได้รับการพัฒนาโดยใช้ PHP และ MySQL ซึ่งเป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานเป็นวงกว้างและเยอะ การใช้ PHP ทำให้เว็บไซต์ของเรามีความสามารถในการแก้ไขและง่ายต่อการจัดการ ในส่วนของฐานข้อมูล(Database) เราเลือกใช้ MySQL ซึ่งเป็นระบบจัดการฐานข้อมูลที่มีความเสถียรและปลอดภัย ทำให้ข้อมูลสินค้าของคุณถูกเก็บรักษาอย่างเป็นระบบและสามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว เว็บไซต์ของเรายังมีคุณสมบัติที่สำคัญอื่น ๆ เช่น ระบบการจัดการตะกร้าสินค้า จัดการสินค้า และการติดตามสถานะการสั่งซื้อ เพื่อให้คุณสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างเต็มที่และสร้างประสบการณ์การช็อปปิ้งที่ดีที่สุด ความสามารถของระบบเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ(e-Commerce) เว็บไซต์(Website e-Commerce)1. ระบบจัดการสมาชิก(ลูกค้า) - ระบบจัดการข้อมูลลูกค้า - [Terms of Use & Policies](https://www.itoffside.com/terms-of-use-policies/) - Terms of Use & Policies We, itoffside.com Thank you for visiting our website and use rour services. Please read our term of use and policies carefully including our privacy policy for our user, details as below. Personal information Personal information which you provide or give or use or by use of our website. By this - [ระบบลางานออนไลน์ PHP&MySQL](https://www.itoffside.com/leave-online/) - ระบบลางานออนไลน์พร้อม Sourcecode จากเดิมราคา 3,499 บาท เหลือเพียงราคา 2,900 บาท ด่วนก่อนหมดเวลาโปรโมชั่น เป็นระบบลางานที่ช่วยให้คุณสามารถลางานผ่านเว็บอย่างง่ายได้ ระบบใช้งานง่ายไม่ยุ่งยากซับซ้อน สามารถลางานได้ทุกที่ ทุกเวลา สามารถตรวจสอบสถานะการลา ว่าอนุมัติหรือยัง ผ่านปลายนิ้วมือ มีข้อมูลสรุปการลาอย่างละเอียด มีรายงานสรุปการลาประจำเดือนของพนักงานในองค์กรทำให้สามารถบริหารบุคลากรได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานที่รวดเร็วและเพิ่มประสิทธิภาพของข้อมูลอีกด้วย เพราะระบบลางานออนไลน์ช่วยลดความยุ่งยากซับซ้อน ของการดำเนินการ ระบบลางานออนไลน์จึงเป็นทางเลือกของทุกคนที่เราอยากให้ใช้ [PHP&MySQL&Codeigniter] --------------------------- ความสามารถของระบบ 1. ระบบลางาน อนุมัติการลาโดยผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจ 2. ระบบลางานค้นหารายการลา ตามผู้ใช้ ตามสถานะการอนุมัติ ตามวันที่ลา 3. ระบบตรวจสอบวันลาคงเหลือประจำปีการลา 4. ระบบตรวจสอบสถานะการลา 5. ข้อมูลภาพรวมการลา 6. สามารถระบุจำนวนการลาสูงสุดจากประเภทการลาได้ 7. สามารถระบุการคำนวณวันลา ตามวันหยุดหรือไม่คำนวณก็ได้ 8. มีแผนกเพื่อจัดสังกัดให้กับพนักงานได้ 9. ระบบตรวจสอบการเข้าถึงข้อมูลของพนักงาน 10. ระบบจัดการพนักงาน 11. รายงานสรุปการลาตามเดือนของพนักงานในองค์กร ความต้องการในการเปิดใช้งานระบบ 1. PHP - [Source code ระบบยืม-คืนสินค้า PHP&MySQL](https://www.itoffside.com/source-code-return-product-stock-phpmysql/) - โครงการสนับสนุนเว็บไซต์ พร้อม Source code ระบบยืมคืนสินค้า เพียงราคา 1,490 บาท ครับ รายละเอียดตามลิงค์ [PHP&MySQL&Codeigniter] --------------------------- ความสามารถของระบบ 1. ระบบจัดการสมาชิก ในการเข้ามาจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงระบบภายใน 2. ระบบจัดการสินค้า,ประเภทสินค้า,คลังสินค้า 3. มีสต๊อกสินค้า ป้องกันการยืมเกิน 4. ระบบยืม-คืน สินค้า โดยสามารถตรวจสอบการยืมคืนได้ 5. ยืม-คืนสินค้า แบบมี Serial No. และไม่มี Serial No. 6. รายงานยอดคงเหลือสินค้า 7. รายงานการเคลื่อนไหวการยืม-คืนสินค้า ความต้องการในการเปิดใช้งานระบบ 1. PHP เวอร์ชั่น 5.4+ 2. MySQL 5.6 3. Tool PHPMYADMIN รายละเอียดด้านการพัฒนา 1. Bootstrap 4 2. Codeigniter 3.1.8 DEMO - [ระบบลางานออนไลน์ผ่าน SkyHR Cloud/Private](https://www.itoffside.com/skyhr-leave-online/) - ระบบลางานออนไลน์จากผู้พัฒนาที่มีประสบการณ์ในสายงาน ได้สร้างสรรค์ระบบลางานออนไลน์มาให้ผู้ใช้งานเพื่อตอบสนองความต้องการของบริษัท, องค์กร, ลูกค้า ที่ต้องการระบบลางานออนไลน์มีฟีเจอร์ที่ครบคันและมีรายงานที่เที่ยงตรงรองรับความต้องการที่ซับซ้อน ในราคาที่ไม่แพง ทั้งแบบ Cloud (จ่ายรายปี) และแบบ Private (ซื้อขาดครั้งเดียว) ระบบลางานออนไลน์ดีๆแบบนี้ เราอยากให้ทุกคนได้ใช้งานจริงๆ ฟีเจอร์ความสามารถของระบบลางานออนไลน์ ส่วนพนักงาน ระบบลางานแบบเต็มวัน / ลาแบบตามเวลา ที่กำหนด ได้เช่น 08.30 - 10.20 น. ระบบคำนวณวันลาและแสดงวันลาคงเหลือ ขณะกำลังลาอยู่ได้ ระบบลาสามารถแนบไฟล์ได้ไม่จำกัด จำนวนไฟล์ต่อการลา 1 ครั้ง แสดงรายงานการอนุมัติแบบ Timeline สามารถพิมพ์ใบลางานหรือดาวน์โหลดได้แบบ PDF รายงานปฏิทินการลาของฉัน รายงานสรุปการลาประจำเดือน แยกตามประเภทการลา และสามารถ Export Excel ได้ เก็บประวัติการลางานตลอดอายุการใช้งาน ส่วนผู้อนุมัติ/Admin กำหนดโควต้าการลาได้โดยกำหนดจากประเภทการลา เช่นลาพักร้อนมีโควต้าการลา 13 วัน และนอกจากกำหนดแบบ Fixed(คงที่) แล้วสามารถกำหนดตามจำนวนอายุงานของพนักงานได้ เช่น ลาพักร้อน พนักงาน อายุงาน - [About Me](https://www.itoffside.com/about-me/) - ก่อสร้างเว็บบล๊อก itoffside.com เพื่อให้บุคคลทั่วไปและบุคคลที่เกี่ยวข้องในวงการไอที ได้รับรู้ข่าวสารและความรู้ทางด้านไอที ที่ผมได้ถ่ายทอดออกมาแบบตั้งใจสุดๆ แม้ว่าการเขียนบล๊อกจะอ่านแล้วงงหรือไม่ละเอียดก็ตาม โดยเนื้อหาเว็บมุ่งเน้นการเขียนที่สร้างสรรค์, ประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียน, การแชร์ความรู้ ซึ่งผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้อ่านทุกๆคน คงได้รับประโยชน์ไม่มากก็น้อย ## Categories - [Server](https://www.itoffside.com/category/server/) - [Tool Programming](https://www.itoffside.com/category/tool-programming/) - [PHP](https://www.itoffside.com/category/php-2/) - [jquery](https://www.itoffside.com/category/jquery/) - [Ajax](https://www.itoffside.com/category/ajax/) - [Codeigniter](https://www.itoffside.com/category/codeigniter/) - [Laravel](https://www.itoffside.com/category/laravel/) - [bootstrap](https://www.itoffside.com/category/bootstrap/) - [AI & Machine Learning](https://www.itoffside.com/category/ai-machine-learning/) ## Tags - [windows](https://www.itoffside.com/tag/windows/) - [server2008](https://www.itoffside.com/tag/server2008/) - [IIS](https://www.itoffside.com/tag/iis/) - [IIS7](https://www.itoffside.com/tag/iis7/) - [php](https://www.itoffside.com/tag/php/) - [php5](https://www.itoffside.com/tag/php5/) - [Tool php](https://www.itoffside.com/tag/tool-php/) - [netbeans](https://www.itoffside.com/tag/netbeans/) - [ide](https://www.itoffside.com/tag/ide/) - [sql](https://www.itoffside.com/tag/sql/) - [MySQL](https://www.itoffside.com/tag/mysql/) - [database](https://www.itoffside.com/tag/database/) - [Debug PHP](https://www.itoffside.com/tag/debug-php/) - [xDebug](https://www.itoffside.com/tag/xdebug/) - [xampp](https://www.itoffside.com/tag/xampp/) - [php shopping cart](https://www.itoffside.com/tag/php-shopping-cart/) - [ระบบตะกร้าสินค้า](https://www.itoffside.com/tag/ระบบตะกร้าสินค้า/) - [php workshop](https://www.itoffside.com/tag/php-workshop/) - [jquery message box](https://www.itoffside.com/tag/jquery-message-box/) - [message box](https://www.itoffside.com/tag/message-box/) - [dialog box](https://www.itoffside.com/tag/dialog-box/) - [popup jquery](https://www.itoffside.com/tag/popup-jquery/) - [jquery toastmessage plugin](https://www.itoffside.com/tag/jquery-toastmessage-plugin/) - [ajax](https://www.itoffside.com/tag/ajax-2/) - [multi listbox](https://www.itoffside.com/tag/multi-listbox/) - [listbox](https://www.itoffside.com/tag/listbox/) - [select listbox](https://www.itoffside.com/tag/select-listbox/) - [webboard](https://www.itoffside.com/tag/webboard/) - [validator](https://www.itoffside.com/tag/validator/) - [form validator](https://www.itoffside.com/tag/form-validator/) - [E-Commerce](https://www.itoffside.com/tag/e-commerce/) - [PHPMailer](https://www.itoffside.com/tag/phpmailer/) - [image slide](https://www.itoffside.com/tag/image-slide/) - [Nivo Slider jQuery Plugin](https://www.itoffside.com/tag/nivo-slider-jquery-plugin/) - [upload image](https://www.itoffside.com/tag/upload-image/) - [datetimepicker](https://www.itoffside.com/tag/datetimepicker/) - [datepicker](https://www.itoffside.com/tag/datepicker/) - [timepicker](https://www.itoffside.com/tag/timepicker/) - [Autocomplete](https://www.itoffside.com/tag/autocomplete/) - [pagination](https://www.itoffside.com/tag/pagination/) - [MySQLi](https://www.itoffside.com/tag/mysqli/) - [jquery](https://www.itoffside.com/tag/jquery/) - [codeigniter](https://www.itoffside.com/tag/codeigniter/) - [e-document](https://www.itoffside.com/tag/e-document/) - [PHP Framework](https://www.itoffside.com/tag/php-framework/) - [ckeditor](https://www.itoffside.com/tag/ckeditor/) - [text editor](https://www.itoffside.com/tag/text-editor/) - [wysiwyg](https://www.itoffside.com/tag/wysiwyg/) - [php webboard](https://www.itoffside.com/tag/php-webboard/) - [Javascript](https://www.itoffside.com/tag/javascript/) - [DataTables](https://www.itoffside.com/tag/datatables/) - [digitalocean](https://www.itoffside.com/tag/digitalocean/) - [Laravel](https://www.itoffside.com/tag/laravel/) - [php7](https://www.itoffside.com/tag/php7/) - [excel](https://www.itoffside.com/tag/excel/) - [phpexcel](https://www.itoffside.com/tag/phpexcel/) - [PhpSpreadsheet](https://www.itoffside.com/tag/phpspreadsheet/) - [Laravel 5](https://www.itoffside.com/tag/laravel-5/) - [Laravel View](https://www.itoffside.com/tag/laravel-view/) - [blade template](https://www.itoffside.com/tag/blade-template/) - [laravel model](https://www.itoffside.com/tag/laravel-model/) - [สอน laravel](https://www.itoffside.com/tag/สอน-laravel/) - [สอน model laravel](https://www.itoffside.com/tag/สอน-model-laravel/) - [laravel migration](https://www.itoffside.com/tag/laravel-migration/) - [laravel migrate](https://www.itoffside.com/tag/laravel-migrate/) - [workshop](https://www.itoffside.com/tag/workshop/) - [Validation](https://www.itoffside.com/tag/validation/) - [Laravel Validation](https://www.itoffside.com/tag/laravel-validation/) - [bootstrap-datepicker](https://www.itoffside.com/tag/bootstrap-datepicker/) - [bootstrap](https://www.itoffside.com/tag/bootstrap/) - [php 8](https://www.itoffside.com/tag/php-8/) - [laravel-Eloquent](https://www.itoffside.com/tag/laravel-eloquent/) - [Eloquent](https://www.itoffside.com/tag/eloquent/) - [laravel-Eloquent-database](https://www.itoffside.com/tag/laravel-eloquent-database/) - [Eloquent-database](https://www.itoffside.com/tag/eloquent-database/) - [shopping cart](https://www.itoffside.com/tag/shopping-cart/) - [php ระบบจัดการสินค้า](https://www.itoffside.com/tag/php-ระบบจัดการสินค้า/) - [workshop cart](https://www.itoffside.com/tag/workshop-cart/) - [ระบบสมัครสมาชิก](https://www.itoffside.com/tag/ระบบสมัครสมาชิก/) - [login](https://www.itoffside.com/tag/login/) - [php login](https://www.itoffside.com/tag/php-login/) - [edocument](https://www.itoffside.com/tag/edocument/) - [ระบบเอกสาร](https://www.itoffside.com/tag/ระบบเอกสาร/) - [ระบบบัญชี php](https://www.itoffside.com/tag/ระบบบัญชี-php/) - [ใบกำกับภาษี php](https://www.itoffside.com/tag/ใบกำกับภาษี-php/) - [ใบสั่งซื้อ php](https://www.itoffside.com/tag/ใบสั่งซื้อ-php/) - [mpdf](https://www.itoffside.com/tag/mpdf/) - [สร้าง PDF](https://www.itoffside.com/tag/สร้าง-pdf/) - [ใบกำกับภาษี](https://www.itoffside.com/tag/ใบกำกับภาษี/) - [ใบเสร็จ](https://www.itoffside.com/tag/ใบเสร็จ/) - [เอกสาร PDF](https://www.itoffside.com/tag/เอกสาร-pdf/) - [mpdf ภาษาไทย](https://www.itoffside.com/tag/mpdf-ภาษาไทย/) - [AI & Machine Learning](https://www.itoffside.com/tag/ai-machine-learning/) - [github copilot](https://www.itoffside.com/tag/github-copilot/) - [vscode](https://www.itoffside.com/tag/vscode/) - [สอนเขียนโปรแกรม](https://www.itoffside.com/tag/สอนเขียนโปรแกรม/) - [AI เขียนโค้ด](https://www.itoffside.com/tag/ai-เขียนโค้ด/) - [Visual Studio Code](https://www.itoffside.com/tag/visual-studio-code/) - [vibe coding](https://www.itoffside.com/tag/vibe-coding/)